คลิปข่าว » ขับรถเข้ากรุงระวังมิจฉาชีพเฉี่ยวชนเรียกค่าเสียหาย (คลิป)

ขับรถเข้ากรุงระวังมิจฉาชีพเฉี่ยวชนเรียกค่าเสียหาย (คลิป)

25 มกราคม 2019
1119   0

สามีภรรยาชาวลำปาง ขับปิคอัพเข้ากรุงเจอเก๋งขับนำหน้าจึงขับแซงขึ้นหน้า แต่กลับถูกเก๋งหักเข้าไปเฉี่ยวชน ก่อนคู่กรณีจะบีบแตรเรียกให้จอด ทำทีเอะอะโวยวายเรียกค่าเสียหายสูงลิ่ว คู่กรณียืนยันไม่ผิดจะขอเรียกตำรวจ คู่กรณีจึงรีบรนรานขับรถหนีไป ก่อนพบไปก่อเหตุแบบเดิมกับเหยื่อรายใหม่ เชื่อเป็นมิจฉาชีพแน่นอน..

เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อ เวลา 09.15 น. เศษ ของวันจันทร์ที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คนามว่า “นานาจิตตัง ธรรมชาติของมนุษย์” โพสต์ข้อความว่า “เคยเห็นแต่คลิปอุบัติเหตุคนอื่น..ดันมาเจอกับตัวเองซะงั้น..ชนเราแล้วเรียกค่าเสียหาย..พอเราเรียกประกัน..เราบอกว่ารถเรามีกล้อง..ประกันชั้นหนึ่ง..แม่งงรีบขับรถหนี.บอกจะเครมเองก็ได้..แถมด่าเราว่าแล้งน้ำใจไม่ช่วยค่าเสียหาย…คล้ายๆ แก๊งตบทรัพย์เลย..ขับรถมาเจออีกทีกำลังเฉี่ยวกับรถอีกคัน..#ดูท่ายังไงก็จะหาคนจ่ายค่าเสียหายให้ตัวเองให้ได้สินะ..#เด๋วจะไปแจ้งความ..

ผู้สื่อข่าว ซึ่งรู้จักเป็นการส่วนตัวกับเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าว จึงได้ติดต่อสอบถามไปยัง คุณชุติกาญจน์ สอนโครต ผู้เสียหายซึ่งขณะเกิดเหตุได้นั้งปิคอัพยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว ไปกับสามี เพื่อไปทำธุระที่ กทม.

ระหว่างเดินทางไปตามถนนพหลโยธิน ช่วงที่ 2 (ช่องทางด่วน) บริเวณหน้าตลาดโรงเกลือมาเก็ต อ.บางปะอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา สามีคุณชุติกาญจน์ ซึ่งเป็นคนขับ ได้เร่งเครื่องแซงรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าแจ็ส สีเทาดำ ทะเบียน พฏ 1237 กทม. ซึ่งขับอยู่เลนกลางเพื่อแซงขึ้นขวา

ขณะที่แซงพ้นไปแล้วกำลังจะตัดเข้าเลนกลาง เก๋งแจ๊ส คันดังกล่าวได้เร่งเครื่องหักขวาเข้าใส่จนเกิดชนเข้ากับด้านข้างแคปซ้ายได้รับความเสียหาย ก่อนที่คนขับเก๋งแจ๋สจะบีบแตรเรียกให้จอดเพื่อลงไปเจรจา

แต่กลับถูกคนขับเก๋งแจ็ส ซึ่งเป็นชายรูปร่างใหญ่พูดจาคล้ายคนปักษ์ใต้ โวยวายเข้าใส่หาว่าขับรถปาดหน้า ทำให้รถเขาได้รับความเสียหายต้องชดใช้ พร้อมเรียกเงินค่าเสียหายสูงถึง 4-5 พัน เมื่อฝ่ายผู้เสียหายบอกว่ารถมีประกันชั้นหนึ่ง ชายคนเดิมก็บอกว่าไม่อยากเสียเวลา มีน้ำใจให้ผมไหมสี่ห้าพัน ไม่ต้องเรียกประกัน เสียเวลาทำมาหากิน โดยอ่้างว่าตนเองมีธุรกิจระดับเงินล้าน

 

แต่เมื่อผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ใด้เป็นฝ่ายผิดพร้อมบอกว่ารถมีกล้องบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ตลอดทั้งด้านหน้าและหลัง จะแจ้งตำรวจและมอบคลิปดังกล่าวไว้ให้เป็นหลักฐานว่าใครผิดหรือถูก คู่กรณีก็แสดงท่าทางโมโหก่อนจะหัวฟัดหัวเหวี่ยง พรางบอกว่าเครมเองก็ได้ พรางเดินไปขึ้นรถของตัวเองและขับออกไป

หลังเกิดเหตุ สามีภรรยา ได้ขับรถเดินทางต่อประมาณ 5 กม. ก็ได้พบว่า รถเก๋งแจ๊ส คู่กรณีคันเดิม กำลังจอดอยู่ข้างทาง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกับเหยื่ออีกรายหนึ่ง ซึ่ขงขับรถปิคอัพยี่ห้อ มิตซูบิชิ สตราด้า สีเขียว จึงได้จอดรถและสังเกตพฤติกรรมดู ก่อนจะรอโบกรถสอบถาม

 

พบว่าคนขับรถมิตซูบิชิ คันดังกล่าว เป็นลุงอายุประมาณ 60 ปี จึงได้สอบถามเรื่องราว พบมีมีพฤติกรรมคล้ายเคียงกันมาก แถมบริเวณจุดที่ถูกเฉี่ยวชนก็บริเวณใกล้เคียงกัน แต่กรณีของลุงรายนี้ขับรถมาคนเดียว และถูกคู่กรณีข่มขู่หนักๆ จึงยอมชดใช้ แต่ลุงบอกว่ามีเงินติดกระเป๋าแค่ 200 บาท ซึ่งคู่กรณีชายคนดังกล่าว ก็ยังรับเงินจำนวนดังกล่าว ก่อนขับรถออกไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สองสามีภรรยาเชื่อว่า เป็นฝีมือของมิจฉาชีพที่ตระเวณหาเหยื่อบนเส้นทางดังกล่าว โดยจะมองหารถที่มีคนขับเป็นผู้สูงอายุ หรือผู้หญิง เพื่อจะได้ข่มขู่ได้ง่าย ซึ่งผู้เสียหายได้นำคลิปพร้อมหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระอินทร์ราชา เพื่อติดตามผู้ต้องสงสัยรายนี้มาดำเนินคดี

โดยเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ทะเบียนรถฮอนด้าแจ๊ส คันดังกล่าวเป็นทะเบียนปลอม ซึ่งป้ายทะเบียน ฆฏ 1237 กทม. ทางตำรวจได้เช็คกับสำนักงานขนส่งฯ แล้วทราบว่า เป็นทะเบียนของรถเมอร์ซิเดสเบ๊นซ์ ไม่ใช่ฮอนด้า แจ๊สฯ แต่อย่างใด..





error: Content is protected !!