ข่าวประชาสัมพันธ์ » แขกในพิธีเสกสมรส

แขกในพิธีเสกสมรส

14 มิถุนายน 2018
875   0

                                           สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก  ในวันที่ 19พฤษภาคม 2018 ที่ประเทศอังกฤษได้มีพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกน มาร์เคิล เนื่องจากพิธีเสกสมรสครั้งนี้เป็นพิธีที่จัดขึ้นเป็นการส่วนพระองค์ ไม่ใช่รัฐพิธี ซึ่งราชวงศ์อังกฤษเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด  ดังนั้นทางราชวงศ์อังกฤษจึงได้เชิญแขกที่มีเกียรติเพียง 600คน บรรดาแขกที่ได้รับเชิญนับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แต่ว่ามีกษัตริย์องค์หนึ่งที่จัดงานเสกสมรสให้กับเจ้าชาย และได้เชิญบรรดาแขกมาร่วม แต่ปรากฏว่ามีแขกจำนวนมากที่ปฏิเสธไม่ไปร่วมงานซึ่งเรื่องนี้อยู่ในคำอุปมาของพระเยซูคริสต์ในพระคัมภีร์มัทธิว22 :1-14  พระเยซูทรงตรัสแก่เขาเป็นคำอุปมาอีกว่า “แผ่นดินสวรรค์  อุปมาเหมือนกษัตริย์องค์หนึ่ง  ได้จัดการเลี้ยงเนื่องในพิธีอภิเษกมเหสีให้ราชโอรสของท่านแล้วใช้ข้าราชการไปตามผู้ที่รับเชิญในการนี้แต่เขาไม่ใคร่จะมาท่านยังใช้ข้าราชการอื่นไปอีกรับสั่งให้บอกผู้รับเชิญนั้นว่า’ดูเถิด  เราได้จัดการเลี้ยงไว้แล้วทั้งวัวและสัตว์ขุนแล้วของเราก็ฆ่าไว้เสร็จ สิ่งสารพัดก็เตรียมไว้พร้อม  จงมาในการอภิเษกนี้เถิด’ แต่เขาก็เพิกเฉยและไปเสีย  บางคนไปไร่นาของตน  บางคนก็ไปทำการค้าขายฝ่ายพวกนอกนั้นก็จับข้าราชการทำการอัปยศต่างๆ  แล้วฆ่าเสียกษัตริย์องค์นั้นก็ทรงพระพิโรธ  จึงรับสั่งให้ยกกองทหารไปปราบปรามฆาตกรเหล่านั้น  และให้เผาเมืองเขาเสียแล้วท่านจึงรับสั่งแก่ข้าราชการว่า  ‘งานสมรสก็พร้อมอยู่  แต่ผู้ถูกเชิญนั้นไม่สมกับงานเหตุฉะนั้นจงออกไปตามทางหลวงพบใครๆ  ก็ให้เชิญมาในงานนี้’ พวกข้าราชการจึงออกไปเชิญคนทั้งปวงตามถนน  แล้วแต่จะพบให้มาทั้งดีและชั่ว  จนห้องโถงงานสมรสนั้นเต็มด้วยแขก “แต่เมื่อกษัตริย์องค์นั้นเสด็จทอดพระเนตรแขก  ก็เห็นผู้หนึ่งมิได้สวมเสื้อสำหรับงานจึงรับสั่งถามว่า  ‘สหายเอ๋ย  เหตุไฉนจึงมาที่นี่โดยไม่สวมเสื้อสำหรับงานแต่งงาน’  ผู้นั้นก็นิ่งอั้นอยู่พูดไม่ออกกษัตริย์จึงรับสั่งแก่พวกข้าราชการว่า  ‘จงมัดมือมัดเท้าคนนี้เอาไปทิ้งเสียที่มืดภายนอก  อันเป็นที่ที่มีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยผู้รับเชิญก็มาก  แต่ผู้ที่ทรงเลือกก็น้อย”จากคำอุปมานี้มีข้อคิดเกี่ยวกับแผ่นดินสวรรค์ 3 ประการดังนี้

ประการที่หนึ่ง แขกที่ได้รับเชิญพระคัมภีร์ไบเบิลเปรียบการเข้าแผ่นดินสวรรค์เหมือนการถูกเชิญให้มาร่วมงานอภิเษกสมรสของเจ้าชาย ท่านผู้อ่านครับสวรรค์มีเจ้าของและผู้ที่เป็นเจ้าของก็คือพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก   ฉะนั้นบุคคลใดก็ตามที่ปรารถนาจะเข้าสวรรค์ต้องได้รับการเชิญชวนจากเจ้าของสวรรค์ และได้รับอนุญาตจึงจะเข้าได้  เช่นเดียวกับบรรดาแขกทั้งหลายที่ไปในงานเสกสมรสของเจ้าชายแฮรี่ต้องได้รับการ์ดเชิญและได้รับอนุญาตจึงจะเข้าร่วมในงานนั้นได้ ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานได้  พระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์แห่งฟ้าสวรรค์  พระองค์ได้ทรงเชิญมนุษย์ทุกคนให้เข้าไปในงานเสกสมรสของพระราชโอรสของพระองค์คือแผ่นดินสวรรค์ ผู้ที่ถูกเชิญนั้นต้องรู้สึกว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นเกียรติอย่างสูง แต่เป็นสิ่งที่น่าเสียใจและน่าเสียดายเป็นอย่างมากที่บรรดาคนที่ถูกเชิญในชุดแรกนั้นพากันปฏิเสธคำเชิญของพระราชา และพากันแก้ตัวต่างๆ นาๆ ในที่สุดได้จับข้าราชการของกษัตริย์แล้วฆ่าเสีย จากคำอุปมานี้แขกที่ได้รับเชิญมีสองกลุ่ม คนกลุ่มแรกนี้หมายถึงชนชาติอิสราเอล  ซึ่งเป็นชนชาติที่พระเจ้าได้เลือกไว้เป็นพิเศษ  ซึ่งพระเยซูได้มาบังเกิดจากชนชาตินี้  แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าชนชาติอิสราเอลปฏิเสธแผนการของพระเจ้า และได้ทำร้ายผู้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า  พระเจ้าจึงได้ลงโทษโดยให้กองทัพโรมันมาทำลายกรุงเยรูซาเล็ม ใน ค.ศ. 70  คนอิสราเอลต้องระหกระเหินเร่ร่อนไปอยู่ตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเป็นเวลาเกือบสองพันปี  ชนชาติอิสราเอลเพิ่งจะได้กลับไปเป็นประเทศอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1948  (ซึ่งเป็นไปตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์)ผู้ถูกเชิญกลุ่มที่สอง  กลุ่มคนทั้งดีและชั่ว  หมายถึงมนุษย์ทุกคนในโลกที่ไม่ใช่คนอิสราเอล  ที่ต่างก็คิดว่าตัวเองเป็นคนดี ไม่ยอมรับว่าเป็นคนบาป คนไม่ดี  พระเจ้าได้เชิญให้มนุษย์ทุกคนเข้าแผ่นดินสวรรค์ทั้งคนที่คิดว่าตัวเองดีและไม่ดี

ประการที่สอง  ชุดสวมใส่ที่กำหนดไว้โดยปรกติแขกที่ถูกเชิญให้ไปในงานต่างๆ ก็จะแต่งตัวให้เหมาะสมกับงาน หรือตามที่เจ้าภาพกำหนดว่าต้องแต่งตัวชุดแบบไหน แต่ว่าแขกทุกคนที่ได้รับเชิญมาในงานอภิเสกสมรสของโอรสกษัตริย์ในคำอุปมานั้น ทางเจ้าภาพได้จัดเตรียมทุกสิ่งพร้อมแล้ว  แม้กระทั่งชุดที่สวมใส่ไปในงานก็ได้รับพระราชทานจากพระราชาด้วย เรื่องนี้เปรียบเทียบให้เข้าใจอย่างนี้ว่า มนุษย์ทุกคนไม่เหมาะสมกับอาณาจักรสวรรค์ เพราะมนุษย์ทุกคนอยู่ในสถานภาพคนบาป ไม่บริสุทธิ์ ดังที่พระคัมภีร์โรม 3:23 กล่าวว่าเพราะว่าทุกคนทำบาป  และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า”  พระคัมภีร์สอนว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนบาปโดยกำเนิด เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เหมือนวัวมีธรรมชาติกินหญ้า เหมือนเสือที่มีธรรมชาติกินเนื้อไม่ต้องมีใครสอนถึงแม้ว่ามนุษย์จะบาปจะชั่วช้าอย่างไรก็ตาม แต่พระเจ้ายังทรงรักและทรงมีพระเมตตากรุณาต่อทุกคน ตามที่พระคัมภีร์โรม 3:24-26 “แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เขาเป็นผู้ชอบธรรม  โดยไม่คิดมูลค่า  โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้วพระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญาโดยพระโลหิตของพระองค์  โดยความเชื่อจึงได้ผล  ทั้งนี้เพื่อสำแดงให้เห็นความชอบธรรมของพระเจ้า  ในการที่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัย  และทรงยกบาปที่ได้ทำไปแล้วนั้นและเพื่อจะสำแดงในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม  และทรงโปรดให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย

พระคัมภีร์กล่าวว่ามนุษย์อยู่ในสภาพคนบาป ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ เหมือนเสือดาวที่ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงลายตัวเอง   มนุษย์ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ชั่วในตัวเองได้ฉันนั้น  ปัญหาความชั่วร้ายที่เต็มบ้านเต็มเมืองทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะขาดการศึกษาที่ดี หรือขาดกฎหมายที่ดี หรือเพราะความยากจน แต่ปัญหาความชั่วร้ายนั้นอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน พระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์เท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าพระเจ้าทรงปล่อยให้มนุษย์อยู่ในสภาพดังกล่าวมนุษย์จะตกนรกพินาศแน่ๆ เพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงได้ประทานพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ลงมาในโลก เพื่อรับการลงโทษแทนมนุษย์บนไม้กางเขน  ดังนั้นถ้าผู้ใดจะถ่อมใจลงยอมรับสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำให้ผ่านพระเยซูคริสต์ที่ไม้กางเขนโดยการสารภาพบาปผิดต่อพระเจ้าและเปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัว  บุคคลนั้นก็เหมือนแขกเหล่านั้นที่ถูกเชิญไปยังงานเสกสมรส และยอมรับคำเชิญและสวมใส่เสื้อสำหรับงานการสารภาพบาปผิดต่อพระเจ้า และเปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัว คือการสวมใส่ชุดที่จะเข้าแผ่นดินสวรรค์   ในพระคัมภีร์อิสยาห์61:10 “ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์อย่างยิ่งในพระเจ้า  จิตใจของข้าพเจ้าจะลิงโลดในพระเจ้าของข้าพเจ้า  เพราะพระองค์ได้ทรงสวมข้าพเจ้าด้วยเสื้อผ้าแห่งความรอด  พระองค์ทรงคลุมข้าพเจ้าด้วยเสื้อแห่งความชอบธรรม  อย่างเจ้าบ่าวประดับตัวด้วยพวงมาลัย  และอย่างเจ้าสาวตกแต่งตัวด้วยเพชรนิลจินดา
ประการที่สาม  แขกที่ไม่สวมชุดที่กำหนดคนที่ได้รับเชิญมาในงานสมรสของกษัตริย์ แต่ไม่ได้สวมเสื้อสำหรับงานทั้งๆที่ได้รับพระราชทานแล้ว จึงถือได้ว่าบุคคลนั้นดูหมิ่นและไม่ให้เกียรติแก่เจ้าภาพ “เสื้อที่แขกหามาเอง” หมายถึงการกระทำของมนุษย์ที่คิดว่าเขาจะไปสวรรค์ได้ เพราะความดีความชอบธรรมของตัวเอง เมื่อวันสิ้นสุดของโลกมาถึง พระเจ้าจะทรงพิพากษามนุษย์ทุกคนตามการกระทำของแต่ละคน มนุษย์ทุกคนจะต้องถูกนำตัวไปปรากฏต่อหน้าพระเจ้า จะมีคนส่วนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นคนดีคนชอบธรรมเพราะว่าได้ทำในสิ่งที่ดีๆ มาตลอดชีวิต แต่ไม่ยอมรับความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า ในพระคัมภีร์อิสยาห์64:6 “ข้าพระองค์ทุกคนได้กลายเป็นเหมือนคนที่ไม่สะอาด  และการกระทำอันชอบธรรมของข้าพระองค์ทั้งสิ้น  เหมือนเสื้อผ้าที่สกปรก  ข้าพระองค์ทุกคนเหี่ยวลงอย่างใบไม้  และความบาปผิดของข้าพระองค์  ทั้งหลายได้พัดพาข้าพระองค์ไปเหมือนลม มนุษย์ไม่สามารถที่จะทำดีได้ร้อยเปอร์เซ็นตามมาตรฐานของพระเจ้าดังนั้นการกระทำอันชอบธรรมของมนุษย์ทั้งสิ้นก็เป็นเหมือนเสื้อผ้าที่สกปรกในสายพระเนตรของพระเจ้า บุคคลที่คิดว่าตัวเองจะไปสวรรค์ได้เพราะการทำดีของตัวเองแล้ว เป็นเหมือนชายคนนั้นในคำอุปมาที่ไปในงานมงคลสมรส แต่ไม่ยอมสวมเสื้อที่ได้รับพระราชทาน  เมื่อถูกถามว่าทำไมไม่สวมเสื้อมา คนเหล่านั้นจะต้องนิ่งอึ้งพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแก้ตัวไม่ได้ เพราะมีผู้เอาไปมอบให้ถึงบ้านแล้ว

การเข้าอาณาจักรสวรรค์เป็นอย่างนั้น เพราะว่าสวรรค์มีอยู่แห่งเดียว และเจ้าของสวรรค์ก็มีผู้เดียวเท่านั้น คือพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก   ฉะนั้นบุคคลใดก็ตามที่ปรารถนาจะเข้าสวรรค์ต้องรู้จักกับเจ้าของสวรรค์ และได้รับอนุญาตจึงจะเข้าได้  ซึ่งเจ้าของสวรรค์เป็นผู้กำหนดวิธีการให้มนุษย์เข้าไป ไม่ใช่โดยมนุษย์เป็นผู้กำหนดหรือพยายามหาวิธีที่จะเข้าไปโดยตนเอง 
ท่านผู้อ่านที่เคารพ
ท่านมีเสื้อสวมใส่สำหรับงานเสกสมรสหรือยัง ถ้ายังไม่มี ขอให้ท่านถ่อมใจอธิษฐานขอพระเยซูคริสต์ยกโทษอภัยบาปผิดของท่าน และต้อนรับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของท่าน แล้วท่านจะเป็นเหมือนคนเหล่านั้นที่สวมเสื้อสำหรับงานเสกสมรส และร่วมชื่นชมยินดีในแผ่นดินสวรรค์

สนใจศึกษาเพิ่มเติมเชิญที่คริสตจักรล้านนาแบ๊พติสต์221 ถนนเลี่ยงเมือง หมู่ 12  ต.ชมพู อ.เมือง  ลำปาง 52000 โทร. 089-9625557, 080-6066205, 081-3866644ศิษยาภิบาล  ศาสนาจารย์ ดร.ศรีโทน กองแก้ว  E-mail skongkaw.k@gmail.com เชิญแวะเยี่ยมออนไลน์ที่

 

 

 

 

 

 

 





error: Content is protected !!