คลิปข่าว » ข้าวโพดหวานสายพันธุ์ใหม่

ข้าวโพดหวานสายพันธุ์ใหม่

31 ตุลาคม 2018
1134   0

ปัจจุบันมีนักปรับปรุงพันธ์ุข้าวโพดของไทย 1 ใน 5 ของโลก ล่าสุดนักปรับปรุงพันธ์ุข้าวโพดไทย ปรับปรุงให้สามารถบริโภคสดหลังเก็บเกี่ยว ที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พามาดูข้าวโพดชนิดหนึ่งที่เป็นแปลงทดลองปลูกข้าวโพดหวานแดง ราชินีทับทิมสบยามของคุณวรเชษฐ์ ขัติยะ ซึ่งเมล็ดเป็นสีแดง โดยนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ดร.ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นคนปรับปรุงสายพันธุ์นี้ขึ้นมา

คุณรวิกานต์ ภู่หลำ วัย 32 ปี ลูกสาว ดร.ทวีศักดิ์ ภู่หลำ เล่าไว้ในหนังสือนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านว่า การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดสีแดงครั้งนี้ ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีชีวภาพหรือการตัดต่อยีน ทุกขั้นตอนเป็นการปรับปรุงพันธุ์พืชแบบดั้งเดิม (conventional breeding) ทั้งสิ้น และถือเป็นเจ้าแรกที่ทำข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง ที่ผ่านมามีแต่ข้าวโพดหวานธรรมดาสีแดง “ผู้คนมักจะเข้าใจเรื่องข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง กับข้าวโพดเหนียวสีแดงสับสนกัน ซึ่งเป็นคนละชนิด ของเราไม่ใช่ข้าวโพดข้าวเหนียว และสามารถทานสดได้เลย เหมือนทานผลไม้ทั่วไป”
ที่ว่าแปลกไม่เหมือนใคร คือสามารถกินดิบได้ ด้วยความที่เมล็ดพันธ์ุหายาก  กินดิบท้องไม่อืด ทำให้ข้าวโพดราชินีทับทิมสยาม จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ใช้เวลาปลูก 4 เดือนจึงจะเก็บผลผลิตได้ ตอนนี้ยอดจองยาวจนถึงสิ้นปี

นอกจากจะรับประทานสดแล้วยังสามารถนำไปปิ้ง นึ่ง อบ ย่าง การนึ่งหลังน้ำเดือด 10 นาที หากเกินนี้จะทำให้สีของข้าวโพดตก หากจะนำไปเข้าไมโครเวฟก็ทำได้โดยใช้เวลา 7 นาที ช่วงนี้เทรนการทานปิ้งย่างมาแรงก็สามารถนำขึ้นเตาปิ้งได้ซึ่งจะได้กลิ่นหอมหวาน ซึ่งรสชาติจะอร่อยกันคนละแบบ

สำหรับประโยชน์ของข้าวโพดแดงนี้ คุณวรเชษฐ์ ขัติยะ อธิบายว่า มีปริมาณสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) สูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่มีในดอกอัญชันที่นำมาต้มดื่มกันเพื่อสุขภาพ เป็นสารยังคงวัตถุสีม่วง-แดง ที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง รักษาโรคมะเร็งได้ โดยมีจำนวนมากทั้งในเมล็ด ซัง และไหมข้าวโพด ซึ่งนำเมล็ดมารับประทานตามปกติก็ได้ หรือจะนำไหมกับซังมาต้มเพื่อสกัดสารตัวนี้ก็ได้ ถ้ารับประทานเมล็ดข้าวโพดตัวนี้มีกลิ่นหอมคล้ายๆ ผลไม้บางชนิด และมีรสชาติหวานกรอบเป็นเอกลักษณ์

ข้าวโพดทั้งหมดปลูกแบบปลอดสารเคมี ใช้เกษตรวิทยาศาสตร์ในการดูแล โดยมีเทคนิคในการปลูกข้าวโพด จะแบ่งปลูกที่ละรุ่น ห่างกันรุ่นละ 10 – 15 วัน ในแต่ละรุ่นจะปลูกเพียง 2 งาน โดยการปลูกแต่ละครั้งจะคำนวณจากความต้องการของตลาด ทำให้ข้าวโพดจากไร่คุณมีขายทุกวันไม่ล้นตลาด และในแต่ละรุ่นจะเก็บได้ 700 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งการจำหน่ายแบบสดในจังหวัดลำปาง ราคากิโลกรัมละ 35 บาท 3 กิโล 100 บาท แต่ถ้าจำหน่ายทางออนไลน์ต่างจังหวัดสามารถจัดส่งให้ได้โดยผู้ซื้อจะต้องเสียค่าบริการส่งเอง และข้าวโพดจะถึงมือผู้บริโภคภายใน 2 วัน ในแต่ละสัปดาห์ สามารถจำหน่ายผลผลิตข้าวโพดได้เป็นที่น่าพอใจ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการจ้างแรง เพราะทั้งหมดสามารถทำได้เพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรหน้าใหม่หรือหน้าเก่ารายใดกำลังหาพืชปลูกที่สามารถทำรายได้ดีโดยใช้เวลาไม่นาน ลองศึกษาหาข้อมูลเรื่องข้าวโพด พันธุ์ “ราชินีทับทิมสยาม” ดู ซึ่งหากปลูกตอนนี้เชื่อว่ามีตลาดรองรับแน่นอน

ณัฐชญานันท์ ทองนิ่ม นักข่าวพลเมือง รายงาน





error: Content is protected !!