ที่เที่ยว-ที่พัก ลำปาง » เที่ยววัดพม่ากลางเมืองลำปาง วัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง)

เที่ยววัดพม่ากลางเมืองลำปาง วัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง)

24 กันยายน 2018
1046   0

วัดป่าฝาง(วัดศาสนโชติการาม) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางเมืองลำปาง ภายในบริเวณวัดเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอย่างร่มรื่น ในอดีตมีคหบดีสองสามีภรรยาชาวพม่ามีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า กราบบังคมทูลต่อพระเจ้าแผ่นดินชาวสยาม ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช ทรงมีพระบรมราชโองการให้สร้างวัดป่าฝางนี้ขึ้นมา จึงนับได้ว่าเป็นที่เที่ยวลำปางอีกหนึ่งแห่ง ที่ควรค่าแก่การมาเคารพสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง

วัดศาสนโชติการาม  เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดป่าฝาง   สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ตั้งอยู่เลขที่ 69 ถนนสนามบิน  ตำบลหัวเวียง  อำเภอเมืองลำปาง  จังหวัดลำปาง  มีเนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 สมัยรัชกาลที่5 แห่งราชวงศ์จักรี โดยพ่อเฒ่าอูส่วยอัตถ์และแม่เฒ่าคำหวาน สุวรรณอัตถ์ สองสามีภรรยา คหบดีชาวพม่าที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใสอย่างแรงกล้า ปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนา ครั้งที่ได้มาประกอบอาชีพป่าไม้ในนครลำปาง

เมื่อได้สร้างวัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) เมื่อปีพุทธศักราช 2435 จึงได้อาราธนาพระสงฆ์เข้าอยู่จำพรรษา และอุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา ครั้งถึงปีพุทธศักราช 2499 จึงได้ให้หม่องตีกับเหล่ามัคนายกไปขออนุญาต เพื่อขอเขตอุโบสถจากเจ้าผู้ครองนครลำปางในสมัยนั้น คือ เจ้าหลวงบุญวาทย์  วงศ์มานิตย์ เพื่อทำหนังสือขอกราบบังคมทูลต่อพระเจ้าแผ่นดินสยาม ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวพระปิยมหาราชทรงมีพระบรมราชโองการ  พระราชทานมาดังนี้

“ ที่ 76/147 มีพระบรมราชโองการประกาศไว้แก่ชนทั้งปวงว่า  ที่เขตพระอุโบสถ ป่าฝาง ตำบลบ้านป่าขาม แขวงเมืองลำปาง โดยยาว 10 วา กว้าง 10 วา หม่องตีกับทายกและราษฎรได้ให้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอเป็นที่วิสุงคามสีมา  พระเจ้าแผ่นดินสยาม ได้ทรงยินดีอนุโมทนาอนุญาตแล้ว โปรดให้กรมการปักกำหนดให้ตามประสงค์  ทรงพระราชอุทิศที่นั้นให้เป็นที่วิสุงคามสีมา ยกเป็นแผนกหนึ่งต่างหากจากพระราชอาณาเขตร เป็นที่วิเลสสำหรับพระสงฆ์แต่จาตุทิศทั้งสี่ทำสังฆกรรมมีอุโบสถกรรม เป็นต้น ” พระราชทานมาตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม รัตนโกสินทรศก 125 พระพุทธศาสนกาล 2449 พรรษา เป็นวันที่ 13775 ในรัชกาลปัจจุบันนี้  ด้านบนกลางและด้านล่างกลางทรงประทับตราแผ่นดินและมีอักขระขอมเขียนไว้อีกสองแถว (คัดลอกจากสำเนาพระบรมราชโองการที่ให้ไว้กับวัดป่าฝาง ศาสนโชติการาม)

เมื่ออูส่วนอัตถ์  ได้ถึงแก่อนิจกรรม แม่เฒ่าส่า วงศ์พรหมมินทร์ ซึ่งเป็นบุตรีของพ่อเฒ่าอูส่วยอัตถ์และแม่เฒ่าคำหวาน  ได้อุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อมา เมื่อแม่เฒ่าส่า วงศ์พรหมมินทร์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมลง จึงมอบหมายให้คุณแม่เหม่ สุวรรณอัตถ์ ซึ่งเป็นบุตรของอูส่วยอัตถ์ และแม่เฒ่าหวาน ได้ทำนุบำรุงวัดศาสนโชติการาม(วัดป่าฝาง) เป็นรุ่นที่สอง จนกระทั่งคุณแม่เหม่ สุวรรณอัตถ์ ถึงแก่อนิจกรรม คุณสมพร  โอสถานุเคราะห์ เป็นบุตรตรีของคุณแม่เหม่ สุวรรณอัตถ์ เป็นผู้อุปถัมภ์ผู้ดูแลทั้งเครื่องบริภารสังขาร ภัตตาหาร  ตลอดจนบูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งก่อสร้างภายในวัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) เป็นรุ่นที่สามให้ความเจริญรุ่งเรืองอยู่คู่พระพุทธศาสนาสืบไป

 

โบราณสถานที่สำคัญของวัด

1.พระธาตุ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากพม่า เมื่อ พ.ศ. 2449 พระธาตุสีทองได้ลงรักปิดทอง มีความโดดเด่นเป็นสง่าซึ่งมองเห็นแต่ไกล ส่วนฐานของพระธาตุจัดไว้เป็นแปดเหลี่ยม ในแปดเหลี่ยม จะทำเป็นซุ้มสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ซึ่งมีความหมายถึงทิศทั้ง 8 หรือมรรค 8 ผล 8 เมื่อวัดโดยรอบกับส่วนสูงของพระธาตุ จะมีความกว้างและยาวเท่ากันคือ 45 เมตร

ในปี พ.ศ.2547 คุณสมพร-คุณสุรินทร์-คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ได้ทำการซ่อมแซมองค์พระธาตุทั้งหมดและลงรักปิดทองคำเปลวใหม่ โดยฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณสถานของภาคเหนือ  คือ ท่านพระครูสาธุกิจกิจจานันท์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยน้อย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

 

2.วิหารไม้สัก ลักษณะครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ภายในวิหารชั้นบน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่เก่าแก่แบบพม่า ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงาม ฐานชุกชี ซุ้มด้านหลังของพระพุทธรูป ฝ้าเพดาน บัวหัวเสา ตลอดถึงรอบเสาประดับด้วยกระจกหลายสีที่บรรจงวิจิตรอย่างสวยงาม มีลวดลายของไม้แกะสลัก ได้ลงรักปิดทองเป็นอย่างดี หลังคามีการสร้างตามสถาปัตยกรรมลดหลั่นเป็นชั้น ๆ

3.พระอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2449  ก่อด้วยอิฐถือปูน  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางฉันผลสมอ ทรงผ้าลายพันตา ฐานชุกชีประดับด้วยลวดลายปูนปั้นเป็นเรื่องราวชาดก  ฝ้าเพดานลงรักทาสีแดงชาด ทำเป็นช่องจำนวน 12 ช่อง แต่ละช่องประดับลวดลายปูนปั้นและกระจกสี  มีรูปปูนปั้นนกยูงและรูปเทพคอยรักษาทุกช่อง ส่วนหลังคาเป็นเครื่องไม้ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ บริเวณรอบนอกซุ้มประตู หน้าต่าง ประดับตกแต่งลวดลายปูนปั้นเป็นรูปเถาวัลย์ และเทวดารักษาประตู หน้าบัน เสาด้านหน้า และเพดาน ประดับด้วยกระจกสีหลากสี ลวดลายของปูนปั้นเป็นรูปดอกไม้เถาวัลย์ อย่างประณีตบรรจงทุกสัดส่วน

ปี พ.ศ.2548 คุณสมพร-คุณสุรินทร์-คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ได้มอบหมายให้ท่านพระครูสาธุกิจจานันนท์แห่งวัดพระธาตุดอยน้อย จังหวัดเชียงใหม่ ทำการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมและสวยงามยิ่งขึ้น

 

4.เสาหงส์ เป็นสัญลักษณ์ของวัดมอญ ซึ่งเป็นของชาวมอญที่มาจากเมืองหงสาวดี วัดมอญทุกวัดจะต้องมีเสาหงส์เป็นสัญลักษณ์

5.อนุสรณ์สถาน (สถูป) ผู้สร้างวัดศานสโชติการาม (วัดป่าฝาง) อูส่วยอัตถ์ และคุณแม่คำหวาน สุวรรณอัตถ์ พร้อมลูกและหลาน

ปี พ.ศ.2544 คุณสมพร-คุณสุรินทร์-คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ ได้สร้างศาลาไม้ช้างสถูปขึ้นมาใหม่ แทนเรือนไม้หลังเก่า เพื่อเป็นที่พักผ่อนสำหรับลูกหลานเวลามาทำบุญกราบไหว้อนุสรณ์สถาน (สถูป) ผู้สร้างวัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) อูส่วยอัตถ์ คุณแม่คำหวาน และลูกหลาน

วัดป่าฝาง (ศาสนโชติการาม)  เป็นวัดที่เก่าแก่ มีอายุกว่าร้อยปี  ถือเป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม เป็นวัดที่สวยงามวัดหนึ่งของจังหวัดลำปาง

 

ชมภาพถ่ายเพิ่มเติมอีกกว่า 70 ภาพ ได้ที่

Fanpage : คนเมืองเหนือออนไลน์

 






error: Content is protected !!