ข่าวเด่น » ลุงเดินทางข้ามจังหวัดแอบฉกของในกุฎิพระวัดคะตึกเชียงหมั่น

ลุงเดินทางข้ามจังหวัดแอบฉกของในกุฎิพระวัดคะตึกเชียงหมั่น

15 กันยายน 2018
793   0

ดาวโจรดับ ย่องขโมยของในกุฏิพระแต่โชคไม่เข้าข้าง พระเจ้าของกุฏิ กลับมาพบพอดี จึงเรียกพระรูปอื่นมาช่วยล้อมจับ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดีตามกกหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าน่าจะก่อเหตุลักษณะนี้หลายครั้งอาศัยช่วงเช้าที่พระออกบิณฑบาต และย่องมาก่อเหตุลักทรัพย์ตามกุฏิ


ผู้สื่อข่าวคนเมืองเหนือออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2561 เมื่อเวลาประมาณ 06.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง 191 รับแจ้งจากพระในวัดคะตึกเชียงมั่น ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณ ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง ว่าขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยจัดตำรวจมาช่วยจับกุมคนร้ายให้ด้วย เนื่องจากมีคนร้าย เข้ามาขโมยทรัพย์สินของพระบนกุฏิขณะที่พระออกไปบิณฑบาต และขณะนี้พระลูกวัด ได้ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ไว้ได้


หลังรับแจ้ง ประสานร้อยตำรวจเอกผัด คันธวงศ์ รอง สวป. สภ.เมืองลำปาง พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 ชุดที่ 3 พร้อมอาสาสมัครตำรวจบ้านกองเมืองลำปาง เข้าตรวจเหตุที่วัด ดังกล่าวตามรับแจ้ง ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ พบพระลูกวัด จำนวนมากยืนล้อมชายคนหนึ่งไว้ ทราบชื่อต่อมา นายวิจิตร จักสาน อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 1/2 หมู่ที่ 5 ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ จากการตรวจค้นตัวพบกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นของพระวีรเทพ ธรรมวงศ์ ซึ่งเป็นพระลูกวัด ในวัดดังกล่าว


จากการสอบถาม พระวีรเทพ ทราบว่าขณะที่ตนเอง กลับมาจากบิณฑบาต และกำลังเดินขึ้นกุฏิ พบนายวิจิตร  กำลังเดินออกมาจากกุฏิ ของอาตมา จึงถามว่าโยมมาทำอะไร แต่นายวิจิตรไม่ตอบ กลับพยายามเดินหนี อาตมาจึงดึงมือไว้ ทันใดนั้นเองโทรศัพท์มือถือ ของอาตมาที่อยู่ในกุฏิ ล่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อของนายวิจิตร จากนั้นก็เกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขึ้น เพื่อพยายามจับนายวิจิตรไว้ และอาตมาได้ตะโกนเรียกพระลูกวัดรูปอื่นๆให้มาช่วยเหลือ ก่อนที่จะช่วยกัน ควบคุมตัว นายวิจิตร ไว้ได้และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยตรวจสอบ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงได้ค้นตัวนายวิจิตร จากการค้นตัวพบกระเป๋าสตางค์ของอาตมาเอง โดยก่อนหน้านี้เก็บไว้ในกุฏิ ก่อนออกไปบิณฑบาต อยู่ในกระเป๋ากางเกงของนายวิจิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัว นายวิจิตรไปสอบสวน ซึ่งขณะที่กำลังนำขึ้นรถ นายวิจิตรได้กระโดดลงจากรถและพยายามวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ จึงต้องวิ่งไล่ติดตามจับกุมอีกครั้ง ก่อนจะนำใส่กุญแจมือและขึ้นรถ ไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าตัวผู้ต้องหา น่าจะเดินทางมาจังหวัดลำปาง เพื่อมาตระเวนก่อเหตุในลักษณะนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากพบว่าผู้ต้องหามาเช่าโรงแรมอยู่ในตัวเมืองลำปาง และไม่มีญาติในลำปาง ซึ่งหลังก่อเหตุก็นำทรัพย์สินที่ได้ไปขายและนำเงินมาเที่ยวเตร่ซื้อเหล้าดื่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขยายผลต่อไป.

สุจิต อาสนะนันนท์…ข่าว





error: Content is protected !!