ข่าวเด่น » สถาบันสอนภาษาหลอกชาวบ้านร่วมทุนก่อนปิดศูนย์ฯเผ่นหนี

สถาบันสอนภาษาหลอกชาวบ้านร่วมทุนก่อนปิดศูนย์ฯเผ่นหนี

13 กันยายน 2018
1037   0

ผู้บริหารศูนย์การเรียนภาษาอังกฤษ แห่งอาเชียน AEC (ที่ลำปาง) แสบหลอกผู้ปกครอง ร่วมลงทุนเป็นศูนย์ฯ นำเงินปันผลมาล่อ เหยื่อหลายรายหลงเชื่อสุดท้ายหอบเงินหนีข้ามประเทศ


ผู้สื่อข่าวคนเมืองเหนือออนไลน์ รายงานจากจังหวัดลำปาง วันที่ 12 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 12.00 น. กลุ่มชาวบ้านจำนวนประมาณ 10 ราย นำโดย นางพิมพร เรืองวิเศษ อายุ 73 ปี อดีตข้าราชการบำนาญ เข้าร้องเรียนกับทีมสื่อมวลชน ว่าที่ผ่านมา เมื่อช่วงปลายปี 2559 ได้ร่วมกันกับกลุ่มผู้เสียหาย ลงทุนกับ ศูนย์การเรียนภาษาอังกฤษ แห่งอาเชียน (Asean English Center  ) AEC ตั้งอยู่เลขที่ 41 ถ.พระเจ้าทันใจต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมี นายจิรภัทร พึ่งวานิชกุล  อายุ 42 ปี   เป็นผู้บริหาร โดยศูนย์การเรียนภาษาอังกฤษ แห่งอาเชียน AEC ดังกล่าว ได้พิมพ์ ใบปลิวโฆษณาเชิญชวน ประชาชนร่วมลงทุนเปิด ศูนย์การเรียน โดยร่วมหุ้น หุ้นละ 10,000 บาท ซึ่งมีประชาชน ร่วมทั้งผู้ปกครอง ของเด็กนักเรียน ที่มาเรียนเสริมด้านภาษาอังกฤษ กับศูนย์การเรียน หรือสถาบันดังกล่าว ต่างหลงเชื่อนำเงินที่เก็บออมไว้มาร่วมลงทุน โดยหวังจะได้เงินปันผล จากการลงทุน กับศูนย์การเรียนดังกล่าว จำนวนมากโดยกลุ่มตนเองมีจำนวน 10 ราย สูญเงินไปกว่าห้าแสนบาท


โดยกลุ่มผู้เสียหายเล่าว่าหลังนำเงินมาร่วมลงทุนตามที่เห็นในแผ่นพับใบปลิว ซึ่งหลังครบสัญญา ก็ไม่ได้รับเงินปันผลแต่อย่างใดโดยผู้เสียหายบางรายสูญเงินไปกว่าสองแสนบาท บางรายก็แสนกว่าบาท แล้วแต่กำลังของแต่ละรายที่ร่วมลงทุน และเมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ซึ่งต่อมากลุ่มผู้ปกครองและชาวบ้านที่ร่วมลงทุนได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ซึ่งจากนั้นไม่นาน นายจิรภัทร พึ่งวานิชกุล ได้หลบหนีไป ทำให้ศูนย์การเรียนภาษาอังกฤษ แห่งอาเชียน AEC ปิดตัวลง นักเรียนที่เรียนเสริมจำนวนมากต้องถูกลอยแพ รวมถึงเงินที่เด็กๆจ่ายไปเพื่อซื้อหนังสือเรียนรายละกว่า 500 บาท ก็หายไปด้วยโดยไม่ได้รับหนังสือแต่อย่างใด
ซึ่งต่อมาพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ นายจิรภัทร พึ่งวานิชกุล ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา คดีฉ้อโกงประชาชน ไว้แล้วแต่จากการตรวจสอบ พบว่าตัวผู้ต้องหาได้หลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว กลุ่มผู้เสียหาย  จึงร้องเรียนผ่านสื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ กลับมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากผู้เสียหายบางคนนำเงินบำนาญ ซึ่งเก็บออมไว้มาร่วมลงทุนและเงินก็ถูกผู้ต้องหาฉ้อโกงไป และคดีก็ผ่านมานานเกือบสามปี เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้


ซึ่งจากระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ทางตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ กลุ่มผู้เสียหาย จึงอยากฝากไปถึง พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบในคดีฉ้อโกงประชาชน เข้ามาให้ความช่วยเหลือ กลุ่มผู้เสียหายในคดีด้วย เนื่องจากว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่กล้าแสดงตัว ส่วนจำนวนเงินที่ผู้ต้องหาหลอกไป คาดว่าจะมากกว่าหลักล้านบาทแน่นอน.

สุจิต อาสนะนันนท์…ข่าว





error: Content is protected !!