ข่าวทั่วไป » สับปะรดภูแลเมืองงาว หวานกรอบจริง..ไม่ไ้ด้โม้ !

สับปะรดภูแลเมืองงาว หวานกรอบจริง..ไม่ไ้ด้โม้ !

12 กันยายน 2018
1312   0

เกษตรกรบ้านใหม่ธานี อ.งาว ปลื้มหลังพลิกไร่ข้าวโพดบนดอยมาปลูกสับปะรดภูแล หนึ่งเดียวในลำปาง เผยผลผลิตได้
คุณภาพดีโรงงานส่งออกรับซื้อทั้งสวนระยะยาว ผวจ.ดันเป็นแหล่งเรียนรู้ขยายผลเกษตรทางเลือก

ป้าจิตรา และ “ลุงอาร์ต” สรรพรัตน์ กวาวสนั่น สองสามีภรรยา เกษตรกรบ้านใหม่ธานี อำเภองาว จ.ลำปาง ผู้ล้มเลิกการทำ
ไร่ข้าวโพดและเสาวรส หันมาปลูกสับปะรดภูแล เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในลำปาง เปิดเผยในโอกาสที่ นายทรงผล สวาสดิ์
ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เดินทางไปเยี่ยมชมสวนสับปะรดภูแลดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ทำกินด้านหลังหมู่บ้าน
บ้านใหม่ธานี อำเภองาว ว่า ก่อนหน้านี้ ตนและสามี มีอาชีพทำไร่ข้าวโพด และ เสาวรส แต่ก็ประสบปัญหา ผลผลิตไมได้
ราคาและถูกขโมยทุกปี แต่ก็ไม่เคยคิดย่อท้อ แต่หาวิธีเปลี่ยนอาชีพเกษตรอื่นๆที่ทำรายได้ดีกว่า

ซึ่งตนมีญาติทำไร่สับปะรดภูแลอยู่ที่จังหวัดเชียงราย จึงขอไปศึกษาการปลูกสับปะรดภูแล พบว่า ปลูกง่ายลงทุนเพียงครั้งเดียว สามารถขายพันธุ์และเก็บเกี่ยวได้เองตลอดไป ประกอบกับสับปะรดภูแลสามารถปลูกได้ตลอดปีเป็นที่นิยมรับประทานสด ในและ
ต่างประเทศ เพราะเป็นสับปะรดที่มีขนาดเล็กผลเท่ากำปั้น เนื้อสีทอง กลิ่นหอม รสชาติหวานกรอบ แต่ยังไม่เคยมีใครนำมา
ปลูกที่ลำปาง จึงตัดสินใจ ซื้อพันธุ์มาปลูก ปลูกรุ่นแรกจำนวน 16,000 หน่อ บนพื้นที่ 16 ไร่ เมื่อปี 2559

“ตอนตัดสินใจทำไร่สับปะรดภูแล มีแต่คนบอกว่าเราบ้า ปลูกที่ลำปางไม่ได้ผลหรอก เตรียมตัวเจ๊งได้เลย แต่ป้ากับลุงก็เชื่อว่าน่าจะ
ทำได้เพราะในลำปางปลุกสับปะรดกันมาก เพียงแค่เปลี่ยนสายพันธุ์น่าจะได้ผลผลิตไม่ต่างกัน สับปะรดเป็นพืชทะเลทราย
ไม่ต้องการน้ำมาก ยิ่งแล้งยิ่งดี ที่ดินเราเป็นดอยสูงกว่าพื้นราบจึงเหมาะสมกับธรรมชาติของการปลูกสับปะรด แต่ในตอน
แรกเราไม่รู้รู้ว่าตลาดใหญ่ที่แท้จริงอยู่ที่ไหน นอกเหนือจากการขายผลสด จึงเริ่มจากการนำผลผลิต บรรทุกระกระบะออกเร่
ขายเองตามตลาดสดและงานเทศกาลต่างๆ จนมีคนรู้ จักโรงงานปอกผลสับปะรดผลสดส่งออกแนะนำฝ่ายจัดซื้อให้ได้
ทดลองชิม เขาบอกว่าสับปะรดจากสวนเรารสชาติดีมาก ทางโรงงานขอเหมาซื้อทั้งหมด และทำข้อตกลงสั่งซื้อระยะยาว..”

“ลุงอาร์ต” สรรพรัตน์ กวาวสนั่น บอกว่า สับปะรดเป็นพืชที่ลงทุนหนักในครั้งแรก หลังจากลงปลูกหน่อในปีแรกโตให้ผลผลิต
แล้ว รอบต่อไป ก็สามารถนับเวลาเก็บเกี่ยวที่แน่นอนได้ในอีก 3 เดือน โดยใช้เทคนิคการบังคับดอกให้มีผลผลิตนอก
ฤดูกาล ด้วยการหยอด ฮอร์โมน ถ่านแก๊ซ ซึ่งชาวสวนสับปะรดใช้กันทั่วไป แต่ละกอ มีหลายหน่อ ให้ผลผลิตทุกหน่อ ใน
หนึ่งรอบการเก็บเกี่ยวประมาณการผลผลิต 1.3 ตัน ต่อไร่ พื้นที่ปลูกรวม 16 ไร่ 1 ปีสามารถปลุกได้ 4 รอบดูแลบำรุงโดย
ใช้ปุ๋ยคอกมูลสัตว์ แทนปุ๋ยเคมี ซึ่งมีผลต่อต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ขายได้ราคาดีกว่าเพราะเป็นสับปะรดปลอดจากปุ๋ยเคมี
โรงงานรับซื้อไม่อั้น

ขณะที่ราคาสับปะรดภูแลแบบผลสดแพงว่าสับปะรดทั่วไป แต่สำหรับไร่ของตนนั้นตัดผลผลิตเป็นผลสดพร้อมหัวจุก ขายส่งเข้าโรงงานที่ปอกผลสดส่งออกไปยังประเทศ ญี่ปุ่น และแถบยุโรป กิโลกรัมละ 13 บาท โดยโรงงานจะนำไปตัดแต่งขายผลสดทั้งหัว หรือปอกแช่เย็น ส่วนผลสดที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่โรงงานกำหนด ก็นำออกขายผลสดตามตลาด ก็ได้ราคาประมาณลูกละ 10 บาท โดยราคาที่ขายส่งขึ้นห้างทั่วไป ลูกละ 8 บาท

ลุงอาร์ตยังบอกอีกว่า หลังจากปลูกสับปะรดภูแล สามารถลดต้นทุนการเกษตรได้มาก และใช้แรงงานในพื้นที่จำนวนไม่มาก ขณะนี้ปลูกพืชอื่นผสมผสาน เช่น ทุเรียน ลองกอง อโวคาโด โดยเริ่มปลูกแซมรอบๆพื้นที่แปลงสับปะรดคาดว่าในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า จะมีความหลากหลายของพืชผลไม้สร้างรายได้เพิ่มอีกด้วย

ทั้งนี้ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจงัหวัดลำปาง ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจแก่ ป้าจิตรา และ ลงุอาร์ต ในความ
กล้าที่จะแตกต่าง แม้จะมีอุปสรรคเรื่องพื้นที่ปลุกอยู่ห่างไกลทางเข้าออกลำบากในเรื่องการขนส่งผลผลิต แต่ก็ยังตัดสินใจ
ทำเกษตรที่แตกต่างมีคู่แข่งน้อย ซึ่งทางจังหวัดได้มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกร ทำเกษตรทางเลือก จึงเห็นว่า สวนสับปะรด
ภูแลของเกษตรกรรายนี้ น่าจะเป็นตัวอย่างของเกษตรกรอื่นๆ ได้ศึกษาดูงานขยายผลด้านเกษตรทางเลือกได้อีกด้วย…





error: Content is protected !!