ข่าวทั่วไป » ชูลำปางเมืองต้นแบบ “ไทยนิยมยั่งยืน”

ชูลำปางเมืองต้นแบบ “ไทยนิยมยั่งยืน”

5 กันยายน 2018
674   0

อนุกรรมการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประทับใจหลังเยี่ยมโครงการใช้งบประมาณไทยนิยมยั่งยืนหมู่บ้านละแสนใช้ประโยชน์คุ้มค่า เผยลำปางเป็นจังหวัดต้นแบบในการบริหารจัดการโครงการฯไทยนิยมยั่งยืนที่ดี..

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2561 คณะอนุกรรมการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย พลเรือเอกชัยเอกชัยวัฒน์ เอี่ยมสุนทร
และ พลเรือเอกนพดล โชคระดา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในการตรวจติดตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อ
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โครงการต่อยอดกลุ่มเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ และ โครงการต่อ
ยอดกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านผึ้ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการไทยนิยมยั่งยืน 1 แสน
บาท เพื่อต่อยอดโครงจากโครงการเดิม 9101 ตามรอยเท้าพ่อ กินดี อยู่ดีมีความสุข

โดยกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้ามีสมาชิกทั้งหมด 19 คนตัดเย็บเสื้อผ้าพื้นเมืองขายในชุมชนและในงานเทศกาลต่างๆของ
ต่างจังหวัดเป็นอาชีพเสริมให้กับกลุ่มแม่บ้าน

สำหรับกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่มีสมาชิกจำนวน 13 คน และจ่ายค่าแรงแก่สมาชิกที่เข้าเวรเลี้ยงไก่ วันละ 20 ฟอง ส่วนที่เหลือขาย
นำรายได้เป็นสวัสดิการแก่สมาชิก และมีส่วนร่วมอื่นๆในชุมชน โดยการเลี้ยงไก่ไข่ดังกล่าวเป็นกิจกรรมอาชีพเพื่อมุ่งเน้น
ความสามัคคีในหมู่บ้านเป็นหลัก

จากนั้น ได้เข้าเยี่ยมชม โครงการท่องเที่ยวนวัตวิถี บ้านเมาะหลวง อ.แม่เมาะ จ.ล าปาง พร้อมด้วย นายทรงพล สวาสดิ์
ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ซึ่งมีการจัดแสดงวิถีชาวเงี้ยวซึ่งเป็นวิถีของชุมชนคนไทยใหญ่รากเหง้าเดิมของคนบ้าน
เมาะหลวง อาหารท้องถิ่น สินค้าโอทอปและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โฮมสเตย์ จุดชมวิว วัดรัตนคูหาถ้ำผากล้วย แหล่ง
ท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวนวัตวิถี รวมถึง โครงการใช้ประโยชน์ที่ดินชุมชน ทำแปลงเกษตรส่วนรวมของชุมชน บ้าน
เมาะหลวง ซึ่งใช้งบประมาณสนับสนุนจากโครงการไทยนิยมยั่งยืน 1 แสนบาท มาต่อยอดโครงการอาชีพ ของคนในชุมชน

พลเรือเอกชัยวัฒน์ เอี่ยมสุนทร เผยว่า การติดตามผลงานโครงการไทยนิยมยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดลำปาง รู้สึก
ประทับใจมากเพราะทุกแห่งดำเนินงานได้ตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนา ยกระดับ พัฒนาคุณภาพชีวิต
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งลำปางได้รับคัดเลือกเป็นเป็นพื้นที่ตัวอย่างในการบริหารจัดการโครงการไทยนิยมยั่งยืน
ซึ่งเห็นชัดเจนว่าหลายพื้นที่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ มีการเชื่อมโยงกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน
ระดับพื้นที่ ซึ่งในภาพรวมทั้งประเทศนั้นจังหวัดที่มีความโดดเด่นก็จะเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแบบอย่างแลกเปลี่ยนการ
พัฒนากับพื้นที่อื่นๆ เพราะแต่ละชุมชนแต่ละจังหวัดก็มีความแตกต่างในด้านพื้นที่และความต้องการบางอย่างอาจขัดต่อ
ระเบียบราชการ นั้นก็ต้องหาทางปรับเปลี่ยน เช่น ปัญหาเรื่องคนกับป่า รัฐบาลก็พยายามแก้ไขระเบียบกฎหมาย ให้คน
อยู่ร่วมกับป่าอย่างถูกต้อง บางอย่างก็ต้องสงวนไว้ เช่นการรักษาลุ่มน้ำ แหล่งต้นน้ำ ขอความร่วมมือจากชาวบ้าน
บางอย่างก็ต้องอะลุ้มอล่วยให้ชาวบ้าน ประชาชนด้วยเช่นกัน

นางกรรณิการ์ ขาวละมูล ประธานกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี “ผึ้งหลวง ผ้างาม” เผยว่า หลังจากรวมกลุ่มแม่บ้านสตรีใน
หมู่บ้านเพื่อทำอาชีพสร้างรายได้จากการตัดเย็บเสื้อผ้าพื้นเมือง มาตั้งแต่ปี 2555 โดยการสนับสนุนจากภาครัฐหลายฝ่าย
และเทศบาลตำบลเกาะคา เพื่อหาช่องทางสร้างรายได้ให้กับสตรีในหมู่บ้าน ร่วมหุ้นละ 1,000 บาท 30 ราย พัฒนา
เรื่อยมา ขณะนี้มีสมาชิกมีสมาชิกเหลือเพียง 18 คน มีรายได้พอเลี้ยงชีพให้กับสมาชิก รายละ 2,000-4,000 บาท ต่อ
เดือน และยังมีเงินออมเดือนละ 50 บาท มีโครงการเลี้ยงไส้เดือนในบ่อ โดยให้ชาวบ้านนำขยะเปียกจากเศษพืชผัก มาเป็น
อาหารไส้เดือน และแลกปุ๋ยไส้เดือนไปใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร ส่วนที่เหลือก็ขายนำรายได้เข้ากลุ่มฯ

 

นางกรรณิการ์ กล่าวว่า ได้นำเงินโครงการไทยนิยมยั่งยืน หนึ่งแสนบาทมาเป็นทุนต่อยอดยกระดับการทำงานของกลุ่มให้มี
ศักยภาพต่อไป

ด้าน นายเกษม วันตา ประธานกลุ่มเลี้ยงไก่ไข่บ้านผึ้ง เผยว่า หลังจากสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ 13 รายได้ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่
ในชุมชน ตามโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ กินดี อยู่ดีมีความสุข จำนวน 350 ตัว เมือปี 2560 ประสบความสำเร็จ โดย
สมาชิกในหมู่บ้าน มีไข่ไก่รับประทานและเหลือขาย นำรายได้เข้ากลุ่ม เพื่อใช้เงินในกิจกรรมหมู่บ้าน สร้างสามัคคีในชุมชน
ได้เป็นอย่างดี ในปีนี้ได้รับพิจารณางบประมาณ ไทยนิยมยั่งยืน มาต่อยอดขยายโครงการ โดยซื้อแม่พันธุ์ไก่ไข่ และสร้าง
โรงเรือนเพิ่ม อีก 150 ตัว โดยสมาชิกทุกคนจะได้รับไข่ไก่ ครั้งละ 20 ฟอง เมื่อเข้าเวรเลี้ยงไก่ ถือเป็นเป็นกิจกรรมรายได้
และเป็นศูนย์รวมเรียนรู้ด้านอาชีพที่ช่วยสร้างสามัคคีในกลุ่มพ่อบ้านในชุมชนต่อไป ..





error: Content is protected !!