ข่าวเด่น » โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน นำร่องเด็ก ม.1 ไม่ติดจอ

โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน นำร่องเด็ก ม.1 ไม่ติดจอ

1 กันยายน 2018
1541   0


นายสุทัศน์ อินต๊ะคำ รองประธานคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้น ม.1 โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ขอนำร่องจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับเด็กๆ ระดับชั้น ม.1 หวังให้พ่อแม่ชวนลูกอย่างสร้างสรรค์ในช่วงปิดเทอม ออกมาทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนๆ เพื่อลดละการอยู่หน้าจอ โดยใช้พื้นที่บ้านของตัวเองจัดกิจกรรมเปิดโลกกว้างให้เด็กๆ ได้มาเจอกัน

นายสุทัศน์ อินต๊ะคำ รองประธานคณะกรรมการเครือข่ายฯ ยังได้ให้ข้อคิดว่าอีกว่า เราเป็นพ่อ แม่ และผู้ปกครอง ผมคิดว่าแทบจะ 100% เลยนะ อยากให้ลูกเรียน เก่ง ได้เกรดดีๆ กันทั้งนั้น แต่ในโลกของความเป็นจริง เป็นการ “ยาก” มากๆ ที่จะทำได้แบบนั้น หากเรามาคิดย้อนดูรุ่นเราๆ เองสมัยเรียน ซึ่งผมเองก็เรียนที่สถาบันบุญวาทยฯ์ นี่ ทั้ง 6 ปี จบเมื่อ ปี 2526 เป็นรุ่น ม.รุ่นแรก บัดนี้ล่วงเลยมา สักประมาณ 35 ปี ครับ มีแทบจะทุกสาขาอาชีพหลากหลายจริงๆ เสมือนเป็นป่าดงดิบ ทั้งป่ามีพืชพันธุ์นานาชนิดในป่านั้น ในเรื่องการเรียนนี้ทุกศาสตร์สาขาวิชาอาชีพล้วนสำคัญเท่าๆ กันไม่งั้นกระทรวงศึกษาไม่เปิดสอนหรอกครับ คณะแพทย์ศาตร์/เภสัช/พยาบาล/วิศวะ/สถาปัตย์/บัญชี/มนุษย์/บริหาร/คอมพิวเตอร์/เกษตร/ฯลฯ แล้ว

ยิ่งปัจจุบันนี้ มีสาขาย่อยๆ อีกจนรุ่นเราๆ นี่ตามไม่ทัน เช่น โลจิสติกส์ สาขาท่องเที่ยว สาขาการบิน ฮาร์ตแวร์คอมฯ เยอะมากมายจริงๆ ในแต่ละสาขายังมีแบบย่อยลงไปอีก เช่น วิศวะ ไฟฟ้า วิศวะเครื่องกล วิศวะอุตสาหการ /คอมพิวเตอร์ มากมาย ทุกสาขาเหมาะสำหรับแต่ละบุคคลครับ
สำหรับเรา เป็นผู้ชี้แนะ +คอยเป็นผู้อำนวยการ (ผอ.) สนับสนุนให้ลูกๆ ในทุกเรื่องให้เขาถึงฝั่งเท่านั้น และหลังจากนั้นเขาต้อง “พึ่งตนเอง” แล้ว
ผมเชื่อเหลือเกินว่าหากลูกเราไฝ่ดีแล้ว ทั้งอายุและความรู้ที่มี รวมถึงประสปการณ์ขนาดนั้นลูกเรายืนได้ในสังคมครับ ไม่ต้องห่วงเขามากจนทำให้เราเองเป็นทุกข์

แล้วทีนี้สิ่งที่ใกล้ตัวเรา ณ เวลานี้คือ ต้องทำอะไรล่ะ/ อย่างไรล่ะ /ในเมื่อรู้ว่าลูกเรามีปัญหาเรื่องการเรียนในบางวิชา (ขอยกตัวอย่าง) เช่น วิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม บางห้องสอบผ่าน จำนวน 1 คน อันนี้แปลกนะ ไม่ใช่ปกติล่ะ

ผมมีแนวคิดแบบนี้ครับที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือให้ลูกๆ หันมาสนใจและให้ความสำคัญ เป็นการกระตุ้น (เสมือนเป็นยากระตุกต่อมประสาทหรือยาวิตตามิน)ให้ลูกๆ เราสนใจการเรียนมากขึ้นกว่าเดิม และมีความสุขในการเรียนด้วยนะ อันนี้สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะวัยไหน อย่าว่าแต่วัยเราๆ นี้ก็เถอะ หากทำงานๆๆๆ แล้วเหนื่อย ความสุขไม่มี ประเดี่ยวก็ ล้า +เบื่อๆ ด้วย เด็กๆ ก็เช่นกันครับ  หากเรียนแล้ว ไม่สนุก+สุข เดี๋ยวก็เลิกๆ ใช่ไหม
ผมใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับเด็กๆ มาหลายปีพอสมควร เจอหลากหลายมากตั้งแต่รุ่นๆ อนุบาล ยันวัยรุ่น พอเข้าใจถึงหัวอกเด็กๆ ครับ อันที่จะทำให้ลูกๆ สนใจด้านการเรียนนั้นใจจริงผมตั้งเป้าไว้ คือ
1.เด็กต้องสนุกมาก่อน และสุขตามมาทีหลังแน่นอน (นี่คือพื้นฐานของเด็กทุกรุ่น)
2.วิชาการความรู้แทรกเข้าไปพร้อมๆ กัน  แล้ววัดผลได้ด้วยKPI ในเรื่องนั้นๆ ด้วยนะ
แล้วจะ ทำไงล่ะ แอดมินขอแทรกนิดนึง KPI คืออะไร ??

KPI ย่อมาจากจาก (K) – Key, (P) – Performance และ (I) – Indicator ซึ่งหมายถึง ดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จ โดยจะแสดงให้เห็นผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายว่าตรงตามที่คาดหวังไว้หรือไม่

1.หาสถานที่ หมายถึง อาคารหรือห้อง พร้อมโต๊ะ เก้าอี้ สื่อการเรียนการสอนต่างๆ เน้นความเป็นธรรมชาติที่สุดที่จะมาเรียนรู้ ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ และน่าสนใจ เปิดเวทีให้ลูก (เขาจะลดการเล่นเกมต่างๆ ในโทรศัพท์ได้) ก็เพราะความสนุกนี่แหละ และหลังจากนั้นเราพูดอะไร ลูกๆ จะเชื่อฟังครับ

ผมมีอาคารสถานที่ให้ลูกๆ เราครับ เราอาจจะเริ่มกลุ่มเล็กๆ ก่อน

2.ให้ลูกที่เรียนเก่งๆ มาเป็นติวเตอร์กันเอง วัยนี้เขาจะสื่อสารกันรู้เรื่องมากกว่าเราครับ แต่เด็กทุกคนต้องสนใจก่อน ไม่มีการบังคับโดยเด็ดขาด ให้เขามีความรู้สึกอยากเข้าร่วมกับเพื่อนๆ ต้องมีเด็กๆ ที่เรียนเก่งในวิชานั้นๆ และมีจิตอาสาด้วยครับ ที่จะขับเคลื่อนตรงนี้ได้ดีครับ เรา พ่อแม่ ผู้ปกครองคอยสนับสนุน อย่างเดียว เช่น ให้เวลาลูกๆ ไปส่ง ไปรับ (ห้ามบ่นด้วย) ซึ่งผมเคยเจอผู้ปกครองบางท่านบ่น เนี๊ยะ!!! แม่ต้องรีบๆๆๆ ไปประชุมโน่นนี่นั่น ต้องพึงพอใจเต็มเต็มใจ+เต็มที่มาส่งด้วย เช่น เดือนละครั้งถึง 2 ครั้ง เอาตามสะดวก

ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เวลากินข้าว ห่อข้าวมากินด้วยกันก็ยังได้ เผลอๆ ลูกช่วยแม่เข้าครัวกับข้าวมากินกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำไป แบบนี้ลูกได้หลากหลายครับ เช่น
1.ได้ภาวะผู้นำ
2.ได้ฝึกความเป็นครูในอนาคต
3.ได้เรียนรู้ความรู้นอกห้องเรียน (อย่างแท้จริง)
หากผู้ปกครองและลูกๆ สนใจและเข้าร่วมโครงการแบบนี้ ผมว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าภูมิใจที่ สถาบันบุญวาทย์ฯ เรามีเรื่องดีๆ และโครงการที่สร้างสรรค์สังคมให้เจริญงอกงาม สมดั่งคำที่ว่า “เป็นคนพึงทำดีร่ำไป
ผมจะขออนุญาตตั้งชื่อ โครงการนี้ว่า โครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” นะครับ

หาก พ่อ แม่ ผู้ปกครองท่านใดมีความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นเช่นไรจะช่วยแนะนำ เสริม เติม ยินดีนะครับ จักขอบพระคุณยิ่ง

โดยกิจกรรมในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่บ้านผมเอง ผมเรียกว่า “บ้านเพาะรัก” ตรงบ้านทุ่งโค้ง ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง ห่างจากสนามกีฬามาทางเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว ประมาณ 3 กม. เด็กๆ จะได้เรียนรู้ธรรมชาติดีกว่าอยู่บ้านเล่มแต่เกม

ได้สนุกกับการทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ เป็นแม่ครัวทำอาหารร่วมกัน รู้จักเก็บกล้วย ตากกล้วย ใบตอง ทำน้ำสมุนไพรไทย ไปจับปูกลางทุ่งนา เล่นไต่สะพานแขวน /โล้ชิงช้า เล่นฟุตบอล และกิจกรรมต่างๆ ที่ลูกเราชอบและสนใจ เด็กบางคนบอกกับผมว่า ไม่เคยเห็น ไม่เคยทำ ที่ผ่านมา เด็กๆ บอกผมว่าไม่อยากให้คุณพ่อ คุณแม่มารับเพราะสนุกมาก ผมว่าการทำกิจกรรมแบบนี้น่าสนใจนะครับ เราสามารถแฝงสาระให้เขาไปด้วยโดยที่เขาไม่รู้ตัว

ผมขอนำร่องกิจกรรมดีๆ นี้เพื่อช่วยเหลือสังคม ประเทศชาติครับ เราจะเชื่อมเอาสถาบัน ครู นักเรยน ผู้ปกครอง และสังคมโดยรวม เพื่อสร้างเรื่องดีๆให้กับแผ่นดิน เพราะสำหรับผม ผมว่าเป็นเรื่องที่ต้องตอบแทนคุณของแผ่นดิน โดยเฉพาะ เรื่อง “การสร้างคน” โดยเฉพาะ ลูกๆ บว.ของเรา ท่านผู้ปกครองชั้น ม.1 โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรม ก็ลงชื่อบุตรหลานพร้อมชื่อผู้ปกครองตามห้องได้เลยครับ เบอร์ผม สุทัศน์ 089 8000911 ส่วนการร่วมกิจกรรมพร้อมกันวันเวลาไหนจะแจ้งผ่านคนเมืองเหนือออนไลน์อีกทีครับ

แอดมินขอเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารดีๆ กิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้และครั้งต่อๆ ไปเพื่อส่วนรวมเช่นกันค่ะ โดยจะแจ้งให้แฟนเพจ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองได้ทราบอีกที ฝากกดไลท์กดแชร์ติดตามความคืบหน้าของโครงการด้วยนะคะ   เวปไซต์ https://www.konmeungnuea.com/  Facebook : คนเมืองเหนือออนไลน์





error: Content is protected !!