ข่าวเด่น » 2 เขื่อนหลักพร่องน้ำลงแม่วังเตรียมรับน้ำระลอกใหม่

2 เขื่อนหลักพร่องน้ำลงแม่วังเตรียมรับน้ำระลอกใหม่

23 สิงหาคม 2018
1889   0

สองเขื่อนหลักปล่อยน้ำเกือบ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สู่แม่น้ำวัง หลังปริมาณกักเก็บใกล้จุดควบคุม เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำ ระลอกใหม่


ผู้สื่อข่าว “คนเมืองเหนือออนไลน์” รายงานเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 08.30 น. เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนกิ่วคอหมา ซึ่งเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำหลักของจังหวัดลำปาง และเป็นต้นน้ำของลำน้ำวัง เร่งพร่องน้ำลงสู่ท้ายแม่น้ำวัง เฉลี่ยวันละเกือบ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเบื้องต้นพบว่ามีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละกว่า 8 ล้านลูกบาศก์เมตร การปล่อยน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำ และรอรับมวลน้ำระลอกใหม่ ที่จะไหลเข้าเขื่อนกิ่วลมและเขื่อนกิ่วคอหมา


นายฤทัย พัชรานุรักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา กล่าวว่าสถานการณ์น้ำในสองเขื่อนหลัก คือเขื่อนกิ่วลมและเขื่อนกิ่วคอหมา โดยที่เขื่อนกิ่วคอหมา ขณะนี้มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 129.57 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็น 76 เปอร์เซ็นของความจุเขื่อน และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ยวันละประมาณ 2.48 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งระดับน้ำ อยู่ใกล้เกณฑ์ควบคุมสูงสุด ที่กรมชลฯ กำหนดไว้ ทางเขื่อนกิ่วคอหม จึงระบายน้ำออกจากเขื่อน เฉลี่ยวันละประมาณ 3.98 ล้านลูกบาศก์เมตร ลงสู่น้ำวัง ขณะที่เขื่อนกิ่วลม มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 37.4 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นความจุของเขื่อนที่ 35.4 เปอร์เซ็นต์ โดยมีน้ำไหลเข้าเขื่อน เฉลี่ยวันละ อยู่ที่ 2.65 ล้านลูกบาศก์เมตร และปล่อยน้ำลู่ลำน้ำวังเฉลี่ยอยู่ที่ 6.2 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยสองเขื่อนหลังพร่องน้ำสู่ลำน้ำวังเฉี่ยววันละประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งการปล่อยน้ำ จำนวนดังกล่าวไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อยู่ท้ายเขื่อน พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการรองรับปริมาณน้ำใหม่ที่จะไหลเข้าเขื่อนอีกด้วย


สำหรับพื้นที่จังหวัดลำปาง จะพบว่าแม้นจะมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สงผลกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อน ซึ่งทางเขื่อนทั้งสองเขื่อนสามารถกักเก็บน้ำได้อีกจำนวนมาก ซึ่งหากใกล้เข้าสู่จุดกักเก็บ ทางเขื่อนก็จะปล่อยน้ำลงสู่ลำน้ำวังอย่างมีระบบ ไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างแน่นอน ส่วนพื้นที่ ที่ถูกน้ำท่วมก่อนหน้านี้ ในพื้นที่ อ.วังเหนือ และ อ.แจ้ห่ม ล้วนแต่เป็นพื้นที่เหนือเขื่อนทั้งสิ้น ซึ่งหลังมวลน้ำทั้งหมดไหลลงเขื่อนกิ่วลมและเขื่อนกิ่วคอหมาแล้วทางเขื่อนก็จะดูแลจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยส่วนหนึ่งเป็นการกักเก็บน้ำ และอีกส่วนหนึ่งเป็นการพร่องน้ำออกจากเขื่อน เพื่อเปิดพื้นที่รอการกักเก็บจากมวลน้ำระลอกใหม่ และอีกทางหนึ่งเป็นการปล่อยน้ำให้เกษตรกรท้ายเขื่อนสามารถนำน้ำไปใช้ในการหว่านกล้าเพราะปลูกต้นข้าว ในช่วงฤดูทำนานี้อีกทางหนึ่งด้วย.

สุจิต อาสนะนันนท์…ข่าว





error: Content is protected !!