ข่าวเด่น » นร.หญิงยันครูเปิดหน้าอกบังคับแสดงท่าอมนกเขา

นร.หญิงยันครูเปิดหน้าอกบังคับแสดงท่าอมนกเขา

26 กรกฎาคม 2018
1304   0

เด็กนักเรียนหญิงเผยครูให้เปิดหน้าอก และแสดงท่าอมอวัยวะเพศเพื่อเปรียบเที่ยบกับคลิปโป๊ แม่ยันเอาเรื่องถึงที่สุด พร้อมเตรียมเข้าร้องมูลนิธิปวีณา ช่วยอีกทาง

ผู้สื่อข่าวคนเมืองเหนือออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ สภ.เมืองลำปาง พ.ต.ท.สมควร เกตุเทศ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ได้เปิดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่าย ได้แก่ นายปกรณ์ ผันผาย รองผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนโรงเรียน และผู้ปกครองนักเรียนหญิงชื่อ นางหญิง(นามสมมุติ) พร้อมเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ม.3 เพื่อพูดคุยกัน

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นางหญิง และเด็กนักเรียนหญิงคนดังกล่าว ได้เข้าร้องทุกข์กับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่าบุตรสาวถูกครูในโรงเรียนบังคับให้ถอดเสื้อเผยให้เห็นทรวงอกเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับคลิปโป๊ ที่ครูอ้างว่าเป็นเด็กนักเรียนคนดังกล่าวขณะมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย โดยก่อนหน้านั้นก็ได้เข้าปรึกษากับพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เมืองลำปาง เพื่อจะขอแจ้งความแต่ก็จะให้ไปตกลงกับคู่กรณีก่อน จึงไปร้องขอความเป็นธรรมหลายหน่วยงาน แต่เรื่องผ่านมากว่า 11 เดือนแล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งถ้าเป็นข้อหาหมิ่นประมาท ก็คงหมดอายุความไปแล้ว


นางหญิงบอกว่า ที่ผ่านมาได้ขอให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวตรวจสอบเรื่องและพฤติการณ์ของครูแนะแนวและครูฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นครูผู้หญิงทั้งสองคน แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า และเรื่องก็เงียบหายไป จากนั้นตนเองจึงเข้าปรึกษากับพนักงานสอบสวน แต่ก็ได้รับคำตอบว่าให้ตกลงกันดูก่อน จากนั้นตนเองก็เริ่มร้องเรียนเรื่องดังกล่าวตามหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ไม่คืบหน้า

ซึ่ง นางหญิงได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2560 ที่หลังครูฝ่ายปกครองได้เรียกบุตรสาวตนเองไปที่โรงเรียน พร้อมแจ้งเรื่องให้ทราบว่า บุตรสาวของตนเองคือบุคคลในคลิปภาพโป๊ดังกล่าวที่กำลังมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงจะต้องถูกตัดคะแนนความประพฤติ แต่ทางบุตรสาวก็ปฎิเสธไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ตนเองไม่ใช่บุคคลในภาพ ซึ่งทางครูก็ยังส่งคลิปดังกล่าวให้ตนดูด้วย ซึ่งตนก็ยืนยัน ว่า ไม่ใช่บุตรสาวของตนเองแน่นอน แต่ทางครูทั้งสองคนก็ยืนยัน ว่าใช่บุตรสาวตนเอง ซึ่งในครั้งนั้น เพื่อให้เรื่องจบๆ ไปตนก็ยอมให้ครูหักคะแนนความประพฤติ ตามหนังสือแจ้ง เนื่องจากเห็นว่า ลูกใกล้จบชั้น ม.3 แล้ว ในขณะนั้น และปัจจุบันบุตรสาวก็ย้ายไปเรียนที่อื่นแล้ว แต่หลังจากนั้นเรื่องกลับไม่จบลง ทางครูได้เรียกให้บุตรสาวเข้าไปพบ และสั่งให้แกะกระดุมเสื้อออก เพื่อดูหน้าอก และนำภาพในคลิปโป๊ดังกล่าวมาเทียบดูกันอีก ตนก็มาทราบเรื่อง เมื่อบุตรสาวมาเล่าให้ฟังที่บ้าน จึงเกิดติดใจต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ครูทำเกินกว่าเหตุหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ได้ให้ทั้งสองฝ่ายคู่กรณี ได้มาพบกัน โดยทางตัวแทนโรงเรียนดังกล่าว มีรองผู้อำนวยการโรงเรียน ได้นำเอกสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเข้ามาชี้แจงด้วยว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน และเรื่องนี้ได้จบลงไปนานแล้ว ซึ่งในวันเกิดเหตุมีครูสั่งให้เปิดเสื้อจริง โดยเป็นครูแนะแนว (ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา) และครูฝ่ายปกครอง รวมกัน 2 คน ซึ่งเป็นครูผู้หญิง เพื่อตรวจสอบ โดยให้เด็กนักเรียนทำการปลดกระดุมเสื้อนักเรียนออก 1 เม็ด แล้วครูทั้งสองดูต้นคอแผ่นหลัง เพื่อทำการตรวจสอบเทียบกับผู้หญิงในคลิปภาพโป๊ ไม่ได้มีการสั่งให้มีการถอดเสื้อออกทั้งหมด เพื่อดูหน้าอก

ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ทางครูไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ เป็นเพียงการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งผลสอบก็จบไปแล้ว ว่า นักเรียนหญิงคนดังกล่าว กับคนในคลิปภาพโป๊ ไม่ใช่บุคคลคนเดียวกันกับเด็ก ฉะนั้นเรื่องก็จบไปแล้ว กระทั่งมาเกิดเป็นข่าวขึ้นอีกครั้ง

ขณะที่ ด้านแม่ของเด็กนักเรียนหญิง พร้อมเด็กนักเรียนหญิง ที่มาพบกับทางรองผู้อำนวยการโรงเรียน และออกมาเปิดเผยในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง โดยเด็กที่เป็นเหยื่อให้เปิดเสื้อในวันเกิดเหตุเล่าให้ฟังว่าครูทั้งสองสั่งให้ตนเองถอดเสื้อออกทั้งหมดรวมทั้งเสื้อยกทรงด้วย พร้อมให้แสดงท่าทางนั่งลงเพื่อให้แสดงท่าทางใช้ปากอมอวัยวะเพศชาย ซึ่งครูทั้งสองได้นำคลิปมาเปรียบเทียบ จากนั้นบอกกับตนเองว่า ตนไม่ใช่บุคคลในคลิป ซึ่งเอกสารที่ทางโรงเรียนนำมาอ้างว่าตนเองเป็นผู้เขียนให้ถ้อยคำกับโรงเรียนก็เขียนตามคำบอกของครูทั้งสองคน

ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความอับอายให้ตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก บางครั้งขณะเรียนอยู่ถูกเพื่อนล้อ และครูยังใช้คำพูดที่รุนแรงดูถูกว่าตนเองเป็นโสเภณี ไม่ได้ขายใช่ไหม เธอให้ฟรีใช่ไหม ซึ่งคำพูดของครูดูถูกและเหยียดหยามตนเองเป็นอย่างมาก ซึ่งการตกลงเจราจากันวันนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้เนื่องจากรองผู้อำนวยการโรงเรียน อ้างเพียงว่าตนไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนวันเกิดเหตุ ที่ผ่านมาก็รับฟังจากรายงานเท่านั้น ซึ่งถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นจริงอย่างที่เด็กพูดตนเองก็รับไม่ได้กับพฤติกรรม การตรวจสอบเช่นนี้ ซึ่งหลังกลับไปโรงเรียนจะเรียกครูทั้ง 2 คน มาสอบถามอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ขณะนี้เหลือเพียงครูคนเดียวครูอีกท่านหนึ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ทางด้านนางหญิง แม่ของเด็กนักเรียนหญิงกล่าวว่า อาทิตย์หน้าจะเดินทางเข้า กรุงเทพฯ เพื่อขอพบนางปวีณา หงสกุล ที่มูลนิธิปวีณา เพื่อร่วมกันหาทางช่วยเหลือคืนความเป็นธรรมกับบุตรสาวตน และดำเนินการด้านวินัยกับครูทั้งสองคน ต่อไป.

 

สุจิต อาสนะนันทน์…รายงาน





error: Content is protected !!