ข่าวประชาสัมพันธ์ » หญิงแพศยาไปสวรรค์

หญิงแพศยาไปสวรรค์

9 มิถุนายน 2018
1312   0

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เมื่อได้ยินคำว่าหญิงแพศยาหรือโสเภณีคนก็มักมองเห็นภาพว่าเป็นผู้หญิงแบบไหน ถูกสังคมรังเกียจว่าทำผิดประเวณีทางศีลธรรม พวกเขาบาปหนากว่าคนอื่น ในความจริงแล้ว การขายตัวไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็เป็นการผิดศีลธรรม เป็นความบาป เช่นเดียวกับการทำผิดในด้านอื่นๆ เช่น การโกหก การทุจริตคอรัปชั่น การโกงในรูปแบบต่างๆ หรือกระทั่งการขับรถฝ่าฝืนไฟสัญญาณจารจร คนเหล่านั้นจะเรียกได้ว่าจิตสำนึกตายด้านแล้ว  แต่มักมีคนว่าคนที่เป็นโสเภณีหรือคนขายตัวเขาจะแตกต่างจากคนอื่นๆซึ่งเห็นชัดกว่า  ใครตั้งกฎเกณฑ์เหล่านี้ขึ้นมา?

“กฎศีลธรรม” เป็นตัวบ่งชี้ว่าสิ่งไหนผิดหรือถูก และทำให้เห็นชัดว่า พระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ได้ทรงกำหนดและเป็นผู้ใส่ไว้ในตัวมนุษย์ทุกคน คือจิตสำนึกผิดชอบ ในพระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า “คือแสดงให้เห็นการกระทำที่เป็นตามกฎหมายนั้นมีจารึกอยู่ในจิตใจของเขา (the work of the law written in their hearts) และใจสำนึกผิดชอบก็เป็นพยานของเขาด้วย ความคิดขัดแย้งต่างๆของเขานั้นแหละ จะกล่าวโทษตัวหรืออาจจะแก้ตัวให้เขา” ในจุดนี้เราจะเห็นว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์ให้ต่างกับสัตว์ทั้งหลาย พระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ เราทุกคนต้องการพระคุณและพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อเราจะหลุดพ้นบาปผิดและโทษในบึงไฟนรก แต่มีความจริงที่เราจำเป็นต้องเข้าใจอย่างนี้  พระเจ้าทรงแบ่งมนุษย์ออกเป็นสองประเภทเท่านั้นคือ คนชอบธรรม (Righteousness) กับคนอธรรม (Unrighteousness)  คนชอบธรรม (Righteousness) พระเจ้าตรัสว่าไม่มีคนชอบธรรมสักคนเดียว ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า `ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย (โรม 3:10) และมนุษย์ทุกคนทำบาป ในสายพระเนตรของพระเจ้าเราทุกคนเป็นคนบาป ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ใช่ โจร ขโมย ฆาตกร โสเภณี สำหรับพระเจ้านั้นบาปคือบาปเหมือนกันหมดเช่น บาปโกหก กับ บาปฆ่าคน คือบาปเหมือนกันเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนสำหรับพระเจ้า บาปคือการที่มนุษย์ไม่สามารถที่จะเป็นคนดีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์(ไม่ถึงมาตรฐานของพระเจ้า) เช่น การสอบได้ 99% กับการสอบได้ 90% หรือ สอบได้ 50% ก็คือ การสอบไม่ผ่านมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ พระเจ้าทรงนับว่าทุกคนเป็นคนบาป  แต่พระเจ้ามีทางออกสำหรับมนุษย์ พระคัมภีร์ โรม 3.23-26 ได้บอกให้เรารู้ว่า “มนุษย์ทุกคนทำบาป และเสื่อมจากสง่าราศีของพระเจ้า  แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้มนุษย์เราทุกคนเป็นผู้ชอบธรรมได้ โดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นบาปแล้ว  พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา โดยความเชื่อในพระโลหิตของพระองค์ เพื่อสำแดงให้เห็นความชอบธรรมของพระองค์ในการที่พระเจ้าได้ทรงอดกลั้นพระทัย และทรงยกบาปที่ได้ทำไปแล้วนั้น และเพื่อจะสำแดงความชอบธรรมของพระองค์ในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม และทรงโปรดให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย”  คนอธรรม (Unrighteousness)  พระเจ้าตรัสว่าการกระทำอันชอบธรรมของมนุษย์ทั้งสิ้นเหมือนเสื้อผ้าที่สกปรก พระองค์ตรัสในอิสยาห์ 64:6 ดังนี้  “ข้าพระองค์ทุกคนได้กลายเป็นเหมือนสิ่งที่ไม่สะอาด และการกระทำอันชอบธรรมของข้าพระองค์ทั้งสิ้นเหมือนเสื้อผ้าที่สกปรก ข้าพระองค์ทุกคนเหี่ยวลงอย่างใบไม้ และความชั่วช้าของข้าพระองค์ทั้งหลายได้พัดพาข้าพระองค์ไปเหมือนลม” พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่าเราทุกคนเป็นคนอธรรมคือ คนบาป เราต้องการพระเมตตาและพระคุณของพระเจ้า พระองค์เท่านั้นที่จะทรงโปรดเปลี่ยนสถานภาพของเราได้จากคนอธรรมให้กลายมาเป็นคนชอบธรรม  เช่นการนิรโทษกรรมแก่ผู้ทำผิด ผู้ที่มีอำนาจบารมีเท่านั้นที่สามารถอภัยโทษแก่ผู้ทำผิดให้พ้นผิดได้
ท่านผู้อ่านครับ  ในพระคัมภีร์เดิมได้บันทึกเหตุการณ์ตอนที่คนอิสราเอลกำลังจะเข้าไปยึดครองดินแดนคะนาอัน ซึ่งเป็นแผ่นดินที่พระเจ้าทรงมอบให้กับเขาและเป็นประเทศอิสราเอลในเวลานี้  มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นโสเภณีในเมืองเยรีโค นางได้เกิดความเชื่อในพระเจ้าของชนชาติอิสราเอล คนทั้งเมืองได้ยินว่าพระเจ้าได้มอบแผ่นดินคะนาอันให้กับคนอิสราเอลเข้ามาครอบครอง พระเจ้าได้ช่วยคนอิสราเอลให้ออกมาจากการเป็นทาสในประเทศอียิปต์อย่างอัศจรรย์โดยที่พวกเขาไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ พระเจ้าได้เปิดทะเลแดงให้พวกเขาเดินข้ามไปอย่างปลอดภัย ในขณะเดียวกันเมื่อคนอียิปต์พยายามที่จะเดินข้ามไปในทะเลแดงพวกเขากลับจมน้ำตายหมด  คนทั้งเมืองได้ยินว่าพระเจ้าทรงใช้ให้คนอิสราเอลให้เป็นเหมือนเพชฌฆาตของพระเจ้าที่ทำหน้าที่สังหารคนบาปในเมืองต่างๆ รวมทั้งเมืองเยรีโค พวกเขาจึงมีความกลัวยิ่งนักต่อการพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อบ้านเมืองของเขา แต่ไม่มีใครสักคนที่สนใจจะกลับใจเอาชีวิตรอดจากการพิพากษาที่กำลังจะมาถึง  นอกจากผู้หญิงโสเภณีที่ชื่อราหับ ดังนั้นเมื่อคนอิสราเอลส่งคนสอดแนมสองคนมา นางได้ต้อนรับและซ่อนคนทั้งสองไว้ในบ้าน เมื่อกษัตริย์เมืองเยรีโคทราบข่าวจึงส่งทหารมาสอบถามนางราหับว่าพวกเขาเป็นคนมาสอดแนมบ้านเมืองขอให้นางราหับส่งคนเหล่านั้น นางราหับจึงว่า คนอิสราเอลมาจริงแต่ว่าพวกเขาได้ออกเมืองไปแล้ว ให้พวกเขารีบตามไปซึ่งอาจจะทัน  นางราหับได้กระทำการที่เสี่ยงมากเพราะถ้าหากกษัตริย์เมืองเยรีโคจับได้ว่านางซ่อนคนสอดแนมไว้นางจะถูกประหารเจ็ดชั่วคนที่เดียว แต่นางได้ยอมเสี่ยงชีวิตเพราะรู้ว่าพระเจ้าของคนอิสราเอลเป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้และมีอำนาจที่จะปกป้องชีวิตของนางและครอบครัวพ่อแม่และญาติพี่น้องไว้ได้  ในการกระทำของนางราหับนั้นได้แสดงถึงลักษณะความเชื่อที่แท้จริงอย่างนี้ว่า  “ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่า ผู้ใดจะเป็นคนชอบธรรมได้ ก็เนื่องด้วยการกระทำ และมิใช่ด้วยความเชื่อเพียงอย่างเดียว  เช่นเดียวกันราหับหญิงแพศยาก็ได้ความชอบธรรมเนื่องด้วยการกระทำด้วยมิใช่หรือ เมื่อนางได้รับรองผู้ส่งข่าวเหล่านั้น และส่งเขาไปเสียทางอื่น  เพราะกายที่ปราศจากจิตวิญญาณนั้นตายแล้วฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากการกระทำก็ตายแล้วฉันนั้นเช่นเดียวกัน (ยากอบ 2:24-26) ชีวิตนางราหับเป็นตัวอย่างในการเข้าหาพระเจ้าดังนี้

การเปลี่ยนใจ
นางราหับเปลี่ยนจากการจงรักภักดีต่อกษัตริย์เมืองเยรีโคมาจงรักภักดีต่อพระเจ้าแห่งสวรรค์ คือพระเจ้าที่คนอิสราเอลเชื่อถือ เพราะนางรู้ว่าการพิพากษาลงโทษเพราะความชั่วช้าของคนในเมืองกำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ และนางเห็นว่าถ้านางอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรกับความจริงที่มีอยู่และได้รับรู้ ในที่สุดความพินาศก็จะมาถึงนางและครอบครัว ท่านผู้อ่านครับ โลกใบนี้มีเจ้าแห่งความมืดปกครองอยู่คือ มารซาตาน ดังที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสในยอห์น12:31 บัดนี้ถึงเวลาที่จะพิพากษาโลกนี้แล้ว เดี๋ยวนี้ผู้ครองโลกนี้จะถูกโยนทิ้งออกไปเสีย ซาตานคือผู้ครองโลกใบนี้มันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความชั่วร้ายทั้งหมด มารเป็นศัตรูกับพระเจ้าและพยามยามขัดขวางพระเจ้า ในขณะที่พระเจ้าต้องการให้มนุษย์มาถึงความจริงและรับความรอด พระเจ้าจึงได้สั่งให้ผู้ที่เชื่อในพระองค์บอกความจริงทางแห่งความรอดให้กับเพื่อนบ้านของเรา แต่ซาตานมันจะเข้ามาขัดขวาง คนเหล่านั้นที่ได้ยิน แล้วพญามารมาชิงเอาพระวจนะจากใจของเขา เพื่อไม่ให้เขาเชื่อและรอดได้”(ลูกา 8:12)   เราจะเห็นว่าซาตานไม่ต้องการให้มนุษย์เชื่อในพระเจ้าเพราะมันรู้ว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะพิพากษาลงโทษซาตานและทุกคนที่ไม่เชื่อ  วิวรณ์ 20:11 ข้าพเจ้าได้เห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาว และเห็นพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งนั้น และแผ่นดินโลกและฟ้าอากาศก็อันตรธานไปจากพระพักตร์พระองค์ และไม่มีที่อยู่สำหรับแผ่นดินโลกและฟ้าอากาศนั้นต่อไปเลย 12 ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่ ยืนอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า และหนังสือต่างๆก็เปิดออก หนังสืออีกม้วนหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต และผู้ที่ตายไปแล้วก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น ตามที่เขาได้กระทำ 13 ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล ความตายและนรกก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในที่เหล่านั้น และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน 14 แล้วความตายและนรกก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ นี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง 15 และผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ”  เมื่อนางราหับรู้ว่าในไม่ช้าเมืองเยรีโคจะพินาศ เป็นการฉลาดมากที่นางได้เปิดหูเปิดตาหาทางรอด

 

การมาหาพระเจ้าในสภาพที่เป็นอยู่  นางราหับเป็นโสเภณี แต่ความเป็นโสเภณีของนางไม่ได้ทำให้พระเจ้าปฏิเสธหรือไม่ได้รักนาง เราจะเห็นว่าพระเจ้าทรงยกย่องความถ่อมใจ ความเชื่อ และความกล้าหาญของนาง ที่กล้าที่จะแตกต่างไปจากคนทั้งหมดทั้งเมืองในเวลานั้น การกระทำของนางได้รับการยอมรับจากพระเจ้าว่าเป็นการกระทำที่ชอบธรรม…ราหับหญิงแพศยาก็ได้ความชอบธรรมเนื่องด้วยการกระทำด้วย…” พระเจ้าทรงรับนางและยกโทษบาปให้อภัยผิดทุกอย่างในชีวิตของนาง เราจะเห็นว่านางราหับได้รับการเปลี่ยนสภาพจากคนอธรรมหรือคนบาปมาเป็นคนชอบธรรม คนบริสุทธิ์สะอาดไม่มีบาปเมื่อนางเข้ามาหาพระเจ้าในสภาพที่เป็นอยู่  (อิสยาห์ 1:18) พระเยโฮวาห์ตรัสว่า “มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้มก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้าแดงก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ

 

ท่านผู้อ่านครับ ถ้ามนุษย์ผู้มีอำนาจในโลกนี้ยังสามารถที่จะเปลี่ยนสภาพคนผิดให้บริสุทธิ์ได้ มากยิ่งกว่านั้นสักเท่าใดพระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์สร้างโลกและจักรวาล พระองค์ทรงเป็นเจ้าของอันชอบธรรม พระองค์มีอำนาจที่จะยกโทษให้อภัยบาปผิดทุกอย่างได้ เมื่อคนหนึ่งใดถ่อมใจเข้ามาหาพระองค์

 

สนใจศึกษาเพิ่มเติมเชิญที่ คริสตจักรล้านนาแบ๊พติสต์  221 ถนนเลี่ยงเมือง หมู่ 12  ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง 52000 โทร. 089-9625557, 080-6066205, 081-3866644  ศิษยาภิบาล  ศาสนาจารย์ ดร.ศรีโทน กองแก้ว  E-mail skongkaw.k@gmail.com





error: Content is protected !!