บทความพิเศษ » วัดประตูต้นผึ้ง ขอเชิญศรัทธาร่วมสวดมนต์วันพระใหญ่

วัดประตูต้นผึ้ง ขอเชิญศรัทธาร่วมสวดมนต์วันพระใหญ่

15 กรกฎาคม 2018
1409   0

วัดประตูต้นผึ้ง ขอเชิญชวนศรัทธาสาธุชน ร่วมทำบุญวันอาสาฬบูชา – วันเข้าพรรษา วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ณ วัดประตูต้นผึ้ง ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

เวลา   05.00   น.      สวดมนต์ทำวัตรเช้า
เวลา   08.00   น.     ทำบุญตักบาตร
เวลา   14.00   น.      สรงน้ำพระ
เวลา   14.30   น.      แสดงพระธรรมเทศนา
เวลา   18.00   น.      สวดมนต์ ทำวัตรเย็น
เวลา   19.30   น.      แสดงพระธรรมเทศนา
เวลา   20.00  น.      เวียนเทียน

ประวัติวัดประตูต้นผึ้ง

วัดประตูต้นผึ้ง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างเมื่อปี พ.ศ.2380 นับถึงปีปัจจุบันมีอายุประมาณ 179 ปี สันนิษฐานสร้างในสมัยเจ้าน้อยขัตติยะบุตรเจ้าคำโสม โดยชื่อวัดมาจากชื่อประตูเข้าเวียงเหนือ (ประตูต้นผึ้งเป็นประตูตั้งทิศตะวันออกของวัด) วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2513 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 55 เมตร โดยมี นายสุบิน เกตุทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในขณะนั้นเป็นผู้ตัดลูกนิมิต ปัจจุบัน “พระอธิการณรงค์ ปภากโร” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

 

“หัวใจนักบุญ…

คุณสมบัติขั้นมาตฐานของนักบวช นักบุญ ผู้มีศีล มีธรรม และนักสร้างบารมี

๑.ไม่บ่น..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจ ถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น

ความเป็นไปของชีวิตนั้น ขึ้นตรงต่ออำนาจบุญกรรมที่ทำไว้ บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเรานั้นเอง

๒.ไม่กลัว..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค และปัญหาที่จะเกิดขึ้น
เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน เมื่อจะคิด จะทำ อะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น

๓.ไม่ทำชั่ว..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพ ให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม ความผิดน้อยใหญ่ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เห็นถึงความเสียหายหลายภพหลายชาติ เห็นถึงผลกระทบต่อครอบครัว ต่อโลกต่อสังคมอย่างมากมายมหาศาล

๔.ไม่คิดมาก..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพ ให้เป็นความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดพลังแห่งความสงบแห่งจิตแห่งใจ ไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่คิดเป็นทุกข์ ความคิดทุกความคิดล้วนนำมาซึ่งความเบิกบานกายใจ ไม่คิดเบิกความทุกข์มาใช้ก่อน

๕.รอได้ คอยได้..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นความใจเย็น มีความยืดหยุ่น ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่ใจร้อน ใจเร็ว เห็นถึงจังหวะและโอกาสของชีวิต

๖.อดได้ ทนได้..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นพลังงานเข้มแข็ง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้มีความอดทนที่เป็นหนึ่งเป็นเลิศ มีความคิดที่ไม่หวั่นไหว เห็นความสำเร็จทุกชนิดมาจากความอดทน อดทนอย่างมีความสุข

๗.สงบได้ เย็นได้..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะเป็นสภาพให้เป็นคนที่สงบได้ เย็นได้ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่ร้อนรน กระวนกระวาย สับส่าย วุ่นวายในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ในสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น แม้จะตกอยู่ในเหตุการณ์ที่เลวร้าย ก็ทำใจได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

๘.ปล่อยได้ วางได้..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นคนที่รู้จักการละ การวาง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่แบกทุกอย่างที่ขวางหน้า ยึดทุกอย่างที่เกิดขึ้น

๙.รู้ได้ ตื่นได้ และเบิกบานได้..

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นความรู้ ตื่น เบิกบาน ตามกำลังของบุญฤทธิ์ เป็นผู้รู้ต่อความเป็นจริงของชีวิต ไม่ปล่อยชีวิตให้ตกไปในกระแสของความโลภ ความโกรธ ความหลง จิตใจมีความอิสระเต็มที่ทุกวันทุกเวลาทุกนาที…

 (Cr : Lek Saowaros)”

 





error: Content is protected !!