ข่าวการศึกษา » ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ ให้แก่ผู้บริหารของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ ให้แก่ผู้บริหารของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม

9 มิถุนายน 2018
793   0

 

เช้าวันนี้ (8 มิ.ย.61) กรมพินิจฯ จัดสัมมนา ‘ความสำคัญทางการศึกษาต่อเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม’ ม.ล.ปนัดดา กล่าว ‘ความหวังทุกคนต้องมี ที่ถือเป็นแรงบันดาลใจ สิ้นความหวังคือความล้มเหลวตั้งแต่ต้น เยาวชนสถานพินิจสะท้อนถึงปัญหาสังคม เช่น ปัญหายาเสพติด การทุจริตคดโกง แบบอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดคือ บิดามารดา ครูอาจารย์ หัวหน้าองค์กร นำพามาซึ่งสังคมคุณธรรม หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก คือ หัวต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นความหวังร่วมกัน’

 

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ‘‘ความสำคัญทางการศึกษาต่อเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม’ ให้แก่ผู้บริหารของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นักวิชาการ ครูอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องตามโครงการปฏิรูปการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม (ชั้น 2) อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่

 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า “การศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกควบคู่ไปกับหลักคุณธรรมจริยธรรม ทุกวันนี้ผู้บริหารและบุคลากรสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกและอบรมฯ ล้วนเป็นผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง คือ หาใช่ทำเพียงโดยหน้าที่ หลายท่านมีจิตวิญญาณของความเสียสละ ทุ่มเท มีความมุ่งมั่น แม้จะมีการตั้งเป้าหมายหรือผลสัมฤทธิ์ไว้ค่อนข้างสูง มองในมุมกลับการที่ตั้งไว้สูง ก็เพื่อหวังให้ผลสัมฤทธิ์มีพัฒนาการที่สูงขึ้นตาม และพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นตามลำดับในทุก 3-6-9-12 เดือน การติดตามประเมินผลถือเป็นแนวทางการปฏิบัติราชการภาคบังคับ ที่ตัวเลขจะอธิบายให้เห็นถึงทิศทางการทำงานว่าการพัฒนาคุณภาพเด็กดีขึ้นหรือไม่ มากหรือน้อยเพียงใด และอะไรที่ควรมีการปรับปรุงแก้ไข จำนวนครูทางสาขาสังคมจิตวิทยา กีฬา ศิลปวัฒนธรรม คณิตศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ ประการสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การไม่ทำให้เด็กกระทำผิดซ้ำซาก ทำอย่างไรที่จะไม่ให้เด็กที่พ้นจากสถานพินิจฯ ไปแล้วไม่กลับไปถูกครอบงำ หรือชี้นำ กระทั่งต้องกลับเข้ามาอีกไม่ว่าจะเป็นสถานพินิจฯ และราชทัณฑ์ ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องท้าทาย แต่มองว่าเป็นภาระหน้าที่รับผิดชอบของเราคนไทยทุกคน ที่จะต้องช่วยกันเสริมช่วยกันสร้างอนาคตของชาติที่เราทุกคนวางใจได้

 

“ความหวังทุกคนต้องมี ที่ถือเป็นแรงบันดาลใจ สิ้นความหวังคือความล้มเหลวตั้งแต่ต้น เยาวชนสถานพินิจฯ สะท้อนถึงปัญหาสังคมภายนอกที่เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องของกฎหมาย เรื่องของระเบียบวินัย เรื่องของต้นแบบ เช่น ปัญหายาเสพติด การทุจริตคดโกง การกล่าวคำเท็จ แบบอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดคือ บิดามารดา ครูอาจารย์ หัวหน้าองค์กร นำพามาซึ่งสังคมคุณธรรม ‘หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก’ คือ หัวต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณค่า เป็นความหวังร่วมกันของทุกๆ คน” ม.ล.ปนัดดา กล่าว





error: Content is protected !!