ข่าวเด่น » กำนัน,ผู้ใหญ่บ้านแม่เมาะ ค้านประชุมความคิดเห็นสร้างโรงไฟฟ้าฯ

กำนัน,ผู้ใหญ่บ้านแม่เมาะ ค้านประชุมความคิดเห็นสร้างโรงไฟฟ้าฯ

12 กรกฎาคม 2018
802   0

ชมรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่เมาะ ร่อนหนังสือค้านการประชุมรับฟังความคิดเห็นสร้างโรงไฟฟ้า โวยถูกหักหลัง..!!

ผู้สื่อข่าว “ฅนเมืองเหนือออนไลน์” รายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 12 ก.ค. นี้  ที่บริเวณที่ทำการชมรมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอแม่เมาะ ตั้งอยู่ในชั้น 1 ของที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ นายธรรมการ ชุมศรี สจ.เขตอำเภอแม่เมาะ กำนันถนอม กุลพินิจมาลา ประธานชมรมฯ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน จากตำบลแม่เมาะ ตำบลสบป้าด ตำบลบ้านดง และตำบลนาสัก ประมาณ 20 คน ได้ร่วมแถลงการณ์ โดยนายธรรมการ กล่าวว่า ตนเองและทางชมรมรมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ได้ทำหนังสือถึง กฟผ.แม่เมาะ กกพ.หรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มทบ.32 ลำปาง และผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เรื่องขอเลื่อนการประชุมรับฟังความคิดเห็น วันที่ 14 ก.ค.2561 ออกไป เนื่องจากต้องรอคำสั่งศาลปกครอง ที่ทางชมรมได้ร้องไปเกี่ยวกับปัญหาของชุมชนในพื้นที่ไม่ได้รับการแก้ไขจาก กฟผ.แม่เมาะ 3 เรื่อง ซึ่งเงื่อนไขนี้ที่ผ่านมาได้มีการตกลงทำ MOU ร่วมกันกับทาง กฟผ.แม่เมาะ

โดยมีที่มาคือ เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2559 ทาง กฟผ.แม่เมาะได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นการสร้างโรงไฟฟ้าทดแทน โรง 4-7 ขนาด 655 MW จากเดิม กฟผ.แม่เมาะ ได้ขอใบอนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 600 MW ตามแผน PDP จึงต้องมาขอความคิดเห็นจากชาวบ้านหรือเวที ค. อีกครั้ง ซึ่งในการทำ ค.1 นั้น ปรากฏว่ามีประชาชนบางส่วนออกมาคัดค้าน จนต้องมีการเลื่อนอกไป ต่อมาทาง กฟผ.แม่เมาะ และตัวแทนชาวบ้านกลุ่มนี้ ได้มีการเจรจากันหลายรอบ จากเงื่อนไข 11 ข้อ จนได้ข้อสรุป และได้มีการทำ MOU ร่วมกันที่ มทบ.32 ลำปาง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 คือ ข้อหนึ่ง กฟผ.แม่เมาะ ไม่ขัดข้องที่จะนำเศษหินจากการระเบิด ไปใช้ประโยชน์ของส่วนรวม สองกรณีของบประมาณเพิ่มในการพัฒนาพื้นที่ ผวก.เห็นชอบและต้องการให้ทำแผนตำบล เป็นแผนงาน 10 ปี และข้อสาม กฟผ.แม่เมาะ เห็นด้วยในหลักการ ที่ทางชุมชนขอซื้อขี้เถ้าลอยตามทสัดส่วนที่เสนอมา แต่ต้องไม่ขัดแย้งกับสัญญาเดิม ที่ กฟผ.แม่เมาะ ดำเนินการอยู่ และจะตรวจเช็คเรื่องอำนาจที่สามารถจัดสรรได้อีกครั้ง และหลังจากที่มีข้อตกลงเสร็จสิ้น จะต้องไม่มีอุปสรรคใดๆ ที่เป็นเหตุให้การทำ ค.1 ของ โรงไฟฟ้าทดแทน ต้องเลื่อนหรือยกเลิก

 

กรณีเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ข้อตกลงข้างต้นถือว่ายุติ ซึ่งในครั้งนั้นมีตัวแทนจาก กฟผ.แม่เมาะ คือนายบรรพต ธีระวาส ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ ลงนามใน MOU มี พล.ต.กิตติศักดิ์ แม้นเหมือน ผบ.มทบ.32 (ในขณะนั้น) และตัวแทนชาวบ้านดังกล่าวลงนามร่วมกัน ส่งผลให้การทำเวทีความคิดเห็น ค.1 – ค.3 ผ่านด้วยดีมาตลอด และต่อมาปรากฏว่าเงื่อนไขต่างๆที่ทำ MOU ไว้ กฟผ.แม่เมาะ กลับไม่สามารถปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้ได้ ทางแกนนำจึงยืนหนังสือต่อศาลปกครองให้ช่วยวินิจฉัยจนล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2561 ทางศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยออกมาพอจะสรุปได้ว่า ให้ยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นที่ไม่รับคำฟ้อง เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ข้อตกลง 3 ข้อนี้ไม่ใช่สัญญาทางปกครอง เนื่องจากบันทึกข้อตกลงหรือ MOU เป็นข้อเรียกร้องที่ทำขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาท ที่เกิดจาก ผู้ถูกฟ้องคดีหรือ กฟผ.ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ก่อให้เกิดความเสียหายกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนชุมชน ในชุมชนเท่านั้น และหากมีการทำข้อตกลงต่างๆ จำต้องอาศัยกฎ ระเบียบ ของหน่วยงานผู้ถูกฟ้องคดี กรณีเรื่องขอเศษหินจากโรงโม่ การของบ CSR ให้ 3 ตำบลที่ได้รับผลกระทบนั้น ทาง กฟผ.แม่เมาะ ได้ยอมรับที่จะให้เสนอโครงการมาได้ ส่วนกรณีขี้เถ้าลอยนั้นให้ทางชุมชนเข้าร่วมประมูลกับรายอื่นๆตามปกติเท่านั้น ไม่สามารถทำเป็นกรณีพิเศษได้เพราะติดเงื่อนไขทางกฎหมาย และทางศาลยังวินิจฉัยว่าทาง กฟผ.แม่เมาะ จะทำตามที่ทางแกนนำขอมาหรือไม่นั้น ให้เป็นสิทธิของ กฟผ.แม่เมาะ ตัดสินใจเองว่าจะให้หรือไม่ จึงทำให้วันนี้ทางแกนนำทั้งหมดมารวมตัวกัน

ด้านกำนันถนอม กุลพินิจมาลา กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางแกนนำไม่ได้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทน แต่ที่ผ่านมาปัญหาต่างที่มีผลกระทบมาจากการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอแม่เมาะมีมากมาย ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา แต่พวกเราก็ยอมที่จะอยู่กับมันหลังจากที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาใหม่ จึงอยากจะต่อรองกับ กฟผ.แม่เมาะ ให้ดูแลปัญหาเยียวยาสังคมชุมชนบ้าง แต่ทั้งๆที่เรามีการพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงสุดของ กฟผ.แม่เมาะ มีการทำหนังสือข้อตกลงกันชัดเจน กลับไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรเหมือนถูกหักหลัง มีการเอาระเบียบกฎหมายมาอ้างเพื่อที่จะไม่ปฏิบัติตาม ทั้งๆที่พวกเราคนแม่เมาะเราเสียสละมามากแล้ว

 

ดังนั้นต่อไปนี้หลายๆเรื่องที่มันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น เช่นการใช้ที่ดินหลายๆแปลงทำที่จอดรถขนาดใหญ่ ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากผิดจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ผู้ใดละเว้นก็ต้องแจ้งความตามมาตรา 157 ต่อไป นอกจากนั้นปัญหาหลายๆอย่างที่มีผลกระทบมาจากการมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ที่คนแม่เมาะยอมมานานแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย จะต้องถูกนำมาแก้ไขอย่างจริงจังและชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของใคร เช่นปัญหารถขนขี้เถ้าลอยวันละนับร้อยคัน สร้างปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุคนตายไปมาก ถนนเสียหาย การดูแลสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาบอกว่าการทำงานป้องกันมากมายปลอดภัย แต่ปัญหาใหญ่ๆตามมาเพียบ ทั้งแผ่นดินทรุด ก๊าซรั่วไหล แม้กระทั่งขี้เถ้าลอยปลอดภัยจริงหรือ และคนในพื้นที่ได้ทำงานใน กฟผ.แม่เมาะ ในสัดส่วนมากน้อยเพียงใด ด้านแกนนำคนสำคัญคนหนึ่งในพื้นที่กล่าวว่า

ที่ผ่านมา กฟผ.แม่เมาะ ขาดความจริงในในการทำงานกับชาวบ้าน ทำงานด้วยการแลกผลประโยชน์กับใครก็ได้ที่เรียกร้อง จึงไม่ค่อยเกิดการยอมรับในสิ่งที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้ทำไว้ ทั้งๆที่บางอย่างอาจจะดีมาก แต่ส่วนใหญ่ทุกอย่างมีแต่การเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เท่านั้น ปัญหาจึงเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ตราบใดที่ผลประโยชน์ไม่ลงตัว ดังนั้น กฟผ.แม่เมาะ จะต้องพิจารณาบทบาทและนโยบายในการทำงานกับชุมชนใหม่ ถ้าต้องการยอมรับอย่างแท้จริงจากคนอำเภอแม่เมาะ สำหรับเรื่องการคัดค้านเวทีแสดงความคิดเห็นนี้

 

ครั้งหนึ่งนางสาวพนิดา ทักษิณาพิมุข นายกสมาคมพัฒนาแม่เมา และนายวิวัฒ ปินตา แกนนำคนหนึ่งในอำเภอแม่เมาะ เคยนำชาวบ้านมาคัดค้านให้ชะลอการทำเวทีแสดงความคิดเห็นนี้เพื่อเจรจาตกลงปัญหาต่างๆและวิธีการแก้ไขให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาอีก ที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ และมีมวลชนอีกฝ่ายที่สนับสนุนให้เดินหน้าเวทีออกมา โดยครั้งนั้นทางกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากได้มีการทำ MOU นี้ไว้ จึงออกมาร่วมสนับสนุนให้เดินหน้าทำเวที ค. ต่างๆ จนกระทั่งมามีเหตุการณ์คัดค้านแบบนี้ขึ้นอีกครั้ง จากทางชมรมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ของอำเภอแม่เมาะ โดยบอกว่าเพราะโดนหักหลังจาก กฟผ.แม่เมาะ…





error: Content is protected !!