ข่าวเด่น » รอง ผบช.ภ. 5 ยันขุนน้ำนางนอนไม่ใช่แหล่งพักยาเสพติด

รอง ผบช.ภ. 5 ยันขุนน้ำนางนอนไม่ใช่แหล่งพักยาเสพติด

2 กรกฎาคม 2018
803   0

ปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมี่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการเจาะบ่อน้ำบาดาลเพิ่มบ่อที่ 3 ด้านหน่วยซีลทำงานติดต่อกันกว่า 50 ชั่วโมงแล้ว ด้าน ผบช.ภ.5 แจงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนไม่ใช่แหล่งพักยาเสพติด

2 ก.ค. 2561 ผู้สื่อข่าว “คนเมืองเหนือออนไลน์” รายงานว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กล่าวถึงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ว่า วันนี้โชคดีมากที่ฝนไม่ตกทั้งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ขณะนี้งานต่างๆ มีความคืบหน้าไปมาก การสูบน้ำได้ผลดี น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ที่อยู่ท้ายน้ำ หากเดือดร้อนให้มาแจ้งกับศูนย์บัญชาการฯ จะมีการเยียวยาให้ และจะพยายามสูบน้ำระบายเข้าคลองที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน สำหรับสื่อมวลชนที่นำโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ ให้มาแจ้งที่ศูนย์บัญชาการฯ เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยทีมจากกองทัพอากาศจะมาบริหารการบิน เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน เกรงจะรบกวนการบินของอากาศยาน

สำหรับการทำงานของหน่วยซีล ขณะนี้มีมนุษย์กบดำน้ำกับซีลรวมกันมากกว่า 60 นาย สถาปนาพื้นที่โถง 3 เป็นจุดปฏิบัติการของหน่วยซีล ส่วนโพรงต่างๆ มีช่องที่มีศักยภาพ 2-3 จุด จุดหนึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานและ ม.นเรศวร และอีกจุดจากหน่วยปฏิบัติการทหารร่วมกับนายแพทย์ ปัญหาที่พบคือมีมิจฉาชีพไปเปิดเว็บบริจาคเงิน ทั้งนี้ขอยืนยัน ศูนย์บัญชาการฯไม่มีการเปิดรับบริจาคเงิน และมีเงินเพียงพอจากรัฐบาลในการแก้ปัญหา หากพบมีการประกาศรับบริจาค ถือว่าทำผิดกฎหมาย โดยได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด ล่าสุดสามารถจับกุมได้แล้ว 2 ราย พบเห็นผู้กระทำผิดให้แจ้งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่ศูนย์บัญชาการฯ ได้โดยตรง

ขณะเดียวกัน จะมีการจัดระเบียบ เรื่องผู้นำทางจิตวิญญาณ หรือให้กำลังใจญาติๆ ขอความร่วมมือให้เข้าได้เฉพาะผู้นำจิตวิญญา ญาติและครอบครัวเท่านั้น เนื่องจากเกรงจะเป็นอันตรายและกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

ขณะที่สิ่งที่ต้องการบางอย่างที่ได้รับการร้องขอจากผู้ปฏิบัติงาน ศูนย์บัญชาการฯ ได้เร่งจัดหาให้ แต่ของบางอย่างหายากในตลาด ก็ได้เร่งหาให้ทันกับเวลา ขณะนี้หน่วยซีลทำงานต่อเนื่องกว่า 50 ชั่วโมง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และหน่วยงานอื่นๆ นับเป็นการบูรณาการทำงานโดยแท้จริง

ขณะที่ พลตรีสุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การทำงานของทหารมีความคืบหน้าทุกด้าน ทหารเรือโดยหน่วยซีล เข้าไปอีก 600 เมตร จากโถง 3 ส่วนทางบกบนภูเขามีทหารบกจากจังหวัดเชียงรายและหน่วยรบพิเศษลพบุรี พร้อมอากาศยานและยุทธโธปกรณ์ พร้อมนำผู้ป่วยไปทางสนามเฮลิคอปเตอร์และมีอุปกรณ์ทางรถ

สำหรับโพรงทุกโพรงที่ประชาชนแจ้งมา ไม่ได้ละเลย เข้าสำรวจแล้วทั้งหมด และมี 2-3 ถ้ำ ได้ใช้เครื่องมือวิศวกรช่วยสแกนหาผิวพื้นที่มีโพรงด้านใน ทหารยังได้ร่วมช่วยระบายน้ำ ขนยกอุปกรณ์ และเปิดพื้นที่แห่งใหม่ที่ถ้ำทรายทอง เพื่อระบายน้ำได้เร็วขึ้น อีกทั้งรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนเจาะบ่อบาดาล ระบายน้ำออก เชื่อว่าน้ำในถ้ำเชื่อมโยงกัน

ขณะที่ นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำงานเป็นเลขาฝ่ายสนับสนุนช่วยการปฏิบัติการต่างๆ ทั้งเรื่องทางเทคนิควิธี มีแนวทางพร่องน้ำจากในและนอกถ้ำ มีทีมกู้ภัยกว่าร้อยนายร่วมทีมค้นหา โดยได้นำแนวคิดทางวิชาการและการศึกษาร่วมกัน ทั้งเรื่องระบบขุดเจาะ ปั๊มน้ำ สูบน้ำ ระบบไฟต่างๆ นำเสนอผู้บริหาร ขณะที่ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ ให้นำเครื่องมือไว้ข้างนอกก่อน แล้วมาปรึกษาด้านใน หากมีความเห็นพ้องกันก็จะนำเครื่องมือเข้ามาใช้ เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด นอกจากนี้ก็จะใช้ทุกวิธีการเพื่อนำน้ำออกจากถ้ำให้ได้ โดยร่วมกับกรมชลประทาน นำรถแบ็คโฮขุดนำจากหนองนางนอน และหนองน้ำพุด้วย

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเกรงว่าน้ำจะมีการไหลเชื่อมเข้าไปในถ้ำ จึงได้ทำการเจาะบ่อน้ำบาดาลเป็นหลุมที่ 3 แล้ว นอกจากนี้จากการสำรวจนอกถ้ำหลวง ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ บริเวณที่ดอยผาหมี พบลำห้วยสายเล็กๆ สองสาย มีน้ำไหลผ่าน มีช่วงหนึ่งพบน้ำที่หายไปประมาณร้อยละ 60 เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องมือเข้าไปตรวจสอบแล้ว และขนท่อมาวางไว้เพื่อทำเป็นฝายเล็กๆ ในการเบี่ยงทางน้ำ ประมาณ 300 เมตร เพื่อไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่ประชาชน คาดว่าจะแล้วเสร็จเร็วๆ นี้ ส่วนภารกิจอื่นๆ ก็ได้ร่วมกับทหารและตำรวจสำรวจด้านบนของถ้ำหลวงฯ และร่วมกันจัดทำลานเฮลิคอปเตอร์ และได้ขนส่งเสบียงร่วมกับหน่วยซีลวันละสองร้อยนาย

ขณะที่ พลตำรวจตรี ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า จากที่มีผู้กล่าวอ้างจากเพจดังเพจหนึ่งว่ามีการจับกุมคดียาเสพติดที่ถ้ำหลวงฯ และยังเป็นแหล่งลำเลียง ซุกซ่อน หรือขนย้ายยาเสพติด และกล่าวให้ร้ายว่า เด็กทั้ง 13 คน เข้าไปทำกิจกรรมในถ้ำที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ส่วนคดีที่กล่าวอ้างถึง ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ขนยาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ด จากอำเภอเชียงแสน มาตามถนนพหลโยธิน และถูกจับได้ที่บ้านน้ำจำ อำเภอแม่สาย ยืนยันยาเสพติดไม่ได้ออกจากถ้ำหลวงฯ และเด็กทั้ง 13 คน ที่เข้าไปทำกิจกรรมในถ้ำ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยืนยันข้อมูลของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ไม่เคยมีข้อมูลการใช้ถ้ำหลวงแห่งนี้เป็นทางผ่าน ซุกซ่อนหรือลำเลียงยาเสพติด บริเวณแห่งนี้เป็นภูเขาแดนลาว กั้นระหว่างไทย และเมียนมา เป็นเขาสูงชัน ตามช่องเขาผาฮี้ ผาหมี ดอยช้างมูบ ในอดีตมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านมาตามสันเขา ช่องเขา ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้มีกองกำลังผาเมืองควบคุมดูแลอยู่เต็มพื้นที่ ยืนยันถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่สีแดงที่ใช้ลำเลียง ขนย้าย หรือซุกซ่อนยาเสพติด อย่างแน่นอน..

สุจิต อาสนะนันทน์/รายงาน





error: Content is protected !!