บทความพิเศษ » โรคถุงน้ำรังไข่ อันตรายจริงไหม ??

โรคถุงน้ำรังไข่ อันตรายจริงไหม ??

27 มิถุนายน 2018
820   0

โรคถุงน้ำรังไข่มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน  ทั้งชนิดถุงน้ำธรรมดาที่ไม่เป็นอันตราย  และถุงน้ำชนิดอันตรายอย่างมะเร็ง  ซึ่งเป็นโรคที่      ผู้หญิงสามารถเป็นได้ในทุกช่วงอายุ ทั้งนี้ ผู้หญิงทุกคนจึงควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เพื่อการป้องกันและเข้ารับการรักษาได้ทันการณ์

 

 

โดยปกติแล้วถุงน้ำรังไข่มีอยู่หลายชนิด ทั้งถุงน้ำธรรมดาที่ไม่ใช่โรคถุงน้ำรังไข่ โดยจะเกิดขึ้นตามปกติเหมือนกับรอบเดือน  ซึ่งกลไกในการเกิดถุงน้ำปกติคือฮอร์โมนจะไปกระตุ้นรังไข่ให้เกิดการตกไข่ เพื่อรอการปฏิสนธิต่อไป ส่วนถุงน้ำรังไข่อีกประเภทคือถุงน้ำที่เกิดจากความผิดปกติ โดยจัดเป็นโรคถุงน้ำรังไข่ มีทั้งแบบที่ไม่ใช่เนื้อมะเร็งและชนิดที่เป็นเนื้อมะเร็ง

 

ลักษณะของถุงน้ำรังไข่ที่ผิดปกติขึ้นอยู่กับชนิดของถุงน้ำรังไข่ ส่วนมากรังไข่จะมีลักษณะที่ขยายใหญ่ขึ้น หรืออาการผิดปกติบางชนิดจะทำให้เกิดการบิดเกลียวของปีกมดลูก ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะแทรกซ้อนจากถุงน้ำรังไข่ โดยภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อขยับตัวแรงๆ หรือออกกำลังกายหักโหม รวมถึงการเคลื่อนไหวร่างกายในท่าที่ไม่เหมาะสม และถ้าหากมีการบิดเกลียวของปีกมดลูกเกิดขึ้น จะส่งผลให้ปวดท้องรุนแรงและเป็นการปวดแบบฉับพลัน

โรคถุงน้ำรังไข่ยังมีหลายชนิดซึ่งต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียด เพื่อดูว่าความผิดปกตินั้นเป็นน้ำใสๆ หรือมีก้อนเนื้อรวมอยู่ด้วย หากเป็นน้ำใสๆ มักจะไม่ใช่มะเร็ง แต่หากมีก้อนเนื้อรวมอยู่ด้วย เป็นไปได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับมะเร็ง และลักษณะของน้ำภายในรังไข่ก็สามารถจำแนกชนิดของโรคได้ เช่นน้ำเหลวใส น้ำที่เป็นวุ้น หรือน้ำที่หนืด เป็นต้น ซึ่งจะจำแนกได้ว่าเป็นถุงน้ำของเยื่อบุผิว หรือถุงน้ำของช็อกโกแลตซีสต์ ทั้งนี้ หากเป็นถุงน้ำที่มีลักษณะโปร่งใส ไม่มีผนังกั้น ไม่ใช่มะเร็งแน่นอน และถ้าหากมีผนังกั้นเล็กน้อย ภายในมีน้ำในลักษณะหนืด แต่ไม่มีก้อนเนื้อ ก็อาจจะไม่ใช่มะเร็ง แต่ถ้าหากมีก้อนเนื้อปนอยู่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเป็นมะเร็งได้

 

อาการของโรคถุงน้ำรังไข่ ขึ้นอยู่กับชนิดของถุงน้ำที่เกิดขึ้น บางรายอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย บางรายสามารถคลำเจอก้อนที่หน้าท้อง ขนาดของก้อนใหญ่ประมาณลูกส้มโอ หรือบางรายมีปัญหาเรื่องประจำเดือนมาผิดปกติจากการที่ไข่ไม่ตก เช่น ประจำเดือนมากะปริดกะปรอย เป็นต้น หรือบางรายอ้วนขึ้น มีสิว ท้องอืด แน่นท้อง รวมถึงมีก้อน(มะเร็ง) แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ทำให้ท้องขยายใหญ่หรือท้องมาน เป็นต้น

 

สาเหตุของการเกิดโรค ส่วนหนึ่งมาจากการทำงานที่ผิดปกติของรังไข่ ซึ่งอาจเกิดการแบ่งตัวของเซลล์บริเวณรังไข่ที่มีการพัฒนามากขึ้นกลายเป็นถุงน้ำรังไข่ หรืออีกประการคือเนื้อผิวปกติมีการยุบตัวเข้าไป ทำให้เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่หรือที่เรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ รวมถึงการที่เนื้อผิวยุบตัวเข้าไปอาจทำให้เกิดการซ่อมแซมเซลล์ที่ผิดพลาดและพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้อีกด้วย รวมถึงกรรมพันธุ์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการเกิดโรค

 

การสังเกตตัวเอง หากมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย ปวดประจำเดือน ท้องขยายใหญ่ขึ้น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลำเจอก้อนที่หน้าท้อง อ้วนขึ้น หรือท้องขยายใหญ่ขึ้นแต่รับประทานเท่าเดิม ให้สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโรคถุงน้ำรังไข่ได้ และสำหรับผู้ที่ทานยาคุมหรือฉีดยาคุมเป็นเวลานาน        จะสามารถช่วยยับยั้งการตกไข่ และป้องกันการเกิดถุงน้ำรังไข่ได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นการขัดขวางการทำงานของการเกิดถุงน้ำรังไข่ตามปกติ จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคได้ แต่หากทานยาคุมติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปียังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิว ที่มักพบในกลุ่มคนที่มีอายุเยอะ

 

ทั้งนี้ หากมีถุงน้ำรังไข่เกิดขึ้นแล้วไม่รักษา จะมีอันตรายต่างกันไปตามชนิดของถุงน้ำและขนาดของถุงน้ำ หากเป็นถุงน้ำรังไข่ปกติที่ทำงานตามรอบเดือน เมื่อมีการตกไข่ ถุงน้ำนี้ก็จะสลายไปเอง ไม่มีความอันตรายและไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้าเป็นถุงน้ำผิดปกติอย่างช็อกโกแลตซีสต์หรือตัวถุงน้ำรังไข่ที่ไม่ใช่มะเร็ง หากไม่ทำการรักษาในกรณีของช็อกโกแลตซีสต์ จะส่งผลให้ก้อนช็อกโกแลตซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้น และไปทำลายเนื้อรังไข่ที่ปกติ ส่งผลให้เข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร หรือในอีกกรณีหากก้อนรังไข่มีขนาดใหญ่ขึ้น จะมีความเสี่ยงต่อการปริ แตก รั่ว หรือบิดขั้วบริเวณปีกมดลูก และเพิ่มความเสี่ยงต่อตัวก้อนที่รังไข่ได้ หากมีขนาดใหญ่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่ถ้าหากตัวก้อนมีขนาดเล็ก ในบางรายอาจเกิดขึ้นจากความผิดปกติของการตกไข่ กรณีนี้สามารถทานยาคุมเพื่อช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก็สามารถหายเป็นปกติได้

 

การผ่าตัดเพื่อรักษาจะต้องพิจารณาเป็นกรณีไป บางกรณีรักษาโดยการฉีดยา หรือบางกรณีต้องผ่าตัด โดยส่วนใหญ่มักผ่าตัดกับก้อนที่มีขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งและชนิดที่เป็นมะเร็ง หลังจากรักษาแล้วโอกาสกลับมาเป็นได้อีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของถุงน้ำเป็นสำคัญ หากเป็นช็อกโกแลตซีสต์ มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ ถ้าร่างกายมีฮอร์โมนอยู่หรือมีตำแหน่งที่ผิดปกติอยู่ แต่ถ้าเป็นชนิดของถุงน้ำทั่วไปและไม่ใช่มะเร็ง มีโอกาสหายขาดได้ และถ้าหากเป็นมะเร็งจะขึ้นอยู่กับระยะที่เกิด โดยในระยะแรกมีโอกาสหายขาดสูง แต่ก็ต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพราะมีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้เช่นกัน

 

อาการที่เกี่ยวข้องกับโรคถุงน้ำรังไข่ ได้แก่ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือนมากผิดปกติ ปวดประจำเดือนตลอดเวลาในช่วงที่มีรอบเดือน ปวดท้องน้อยตลอดเวลาที่ไม่เกี่ยวกับรอบเดือน รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ท้องขยายใหญ่ขึ้น ท้องอืด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับรักษาได้ทันท่วงที

 

บทความโดย https://med.mahidol.ac.th/ramachannel

ด้วยความปรารถนาดีจาก โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง “ใส่ใจค้นหา บำบัดรักษาโรคมะเร็งให้คุณ”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 054 335262-8 ต่อ 187 , 160

 





error: Content is protected !!