ข่าวการเมือง » มาแล้ว..โผนายกฯ – สท.นครลำปาง “ใครจะมาวิน”

มาแล้ว..โผนายกฯ – สท.นครลำปาง “ใครจะมาวิน”

27 มีนาคม 2021
1684   0

โค้งสุดท้าย เลือกตั้งฯ สภาเทศบาลนคร “ใคร” –  “กลุ่มไหน” จะเข้าวิน..

ย่ำค่ำของวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 นี้ ก็จะทราบผลแล้วว่า ผู้สมัครคนไหนในจำนวน 1 ใน 5 จะคว้าเก้าอี้ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ไปครอง เช่นเดียวกับผู้สมัคร สมาชิกสภาเทศบาลนครฯ (สท.)  ของทั้ง 5 กลุ่ม  จำนวน 120 คน  “ใคร” จะเบียดเข้าไปนั่งเก้าอี้ 1 ในจำนวน 24 ตัว…

เริ่มที่เก้าอี้ใหญ่ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ท่านแรก  ณรงค์ พินธิสืบ จากกลุ่มความสุขนครลำปาง  ได้แรงฮึดจากการจับติ้วคว้าเบอร์ 1 ส่งผลให้ลูกทีมได้เบอร์งาม 1 ถึง 6 เพิ่มโอกาสและความง่ายในการกาคะแนนของผู้ใช้สิทธิ…แม้กระแสช่วงหาเสียงที่ผ่านมาดูเหมือนจะมาแรง แต่ต้องดูบริบทของชุมชนในเขตเทศบาลนครลำปาง ว่าผู้สมัครหมายเลข 1 มีความชิดเชื้อกับผู้นำหรือคลุกคลีตีโมงกับคนในชุมชนต่างๆ มากน้อยแค่ไหน ดีกรีของทีมงานผู้สมัคร รวมถึงนโยบายและกระสุนดินดำที่ยิงออกไปจะเข้าเป้ามากน้อยเพียงใด..

ต่อด้วยหมายเลข 2 อ.นิมิตร จิวะสันติการ อดีตนายกเทศมนตรีฯ 2 สมัย หัวหน้ากลุ่มนครลำปาง  ที่ทนกลัดหนองจากการอกหักถูกพรากเก้าอี้ตัวใหญ่ไปเมื่อสมัยที่ผ่านมา ครั้งนี้ถือเป็นไฟต์สุดท้ายที่จะขอชิงเอาตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครลำปางกลับคืนมา แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน ด้วยอายุอานาม ยุคสมัยและความนิยมส่วนตัวที่แปรเปลี่ยนไป แต่ยังโชคดีที่โดยส่วนตัวแล้ว อ.นิมิตร ยังถือว่ามีคะแนนจัดตั้ง และเสียงสนับสนุนจากบรรดาสาวกเสื้อเหลือง และกลุ่ม กกปส. รวมถึงลูกศิษย์ลูกหา เครือญาติในกลุ่มคนจีนในเมืองลำปาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากสามารถดันคะแนนขึ้นมาเกาะติดอันดับต่อจากแชมป์ได้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว..

ผู้สมัครฯ หมายเลข 3 แห่งกลุ่มลำปางพัฒนา “บี” อภิไชย สัชฌะไชย ผู้ท้าชิงวัย 36 ปี ซึ่งถือว่าเด็กที่สุดในบรรดาแคนดิเดตนายกเทศมนตรีนครลำปาง เด็กหนุ่มคนนี้เรียกว่าพร้อมในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นกระสุนดินดำ หรือแรงผลักจากครอบครัว แต่พรรษาทางการเมืองที่ยังน้อยนิด แม้จะมีความพยายามทุกวิถีทางเพื่อเบียดแย่งเก้าอี้ใหญ่ในสภาไก่ขาว แต่คงเป็นได้แค่ตัวประกอบและสั่งสมประสบการณ์ทางการเมือง เพื่อโอกาสและความพร้อมที่สุดในอนาคต หากไม่วางมือหรือถอดใจไปก่อน อาจมีโอกาสเฉิดฉายบนเส้นทางการเมืองแน่นอน..

หมายเลข 4 แชมป์เก่าจากกลุ่มภูมิลำปาง ดร.กิตติภูมิ นามวงค์ ครั้งนี้มาแบบจัดเต็มด้วยผลงาน และเสียงสนับสนุนจากคนในชุมชนที่ทำไว้กว่า 8 ปี ที่ผ่านมา การลงป้องกันตำแหน่งสมัยนี้จึงไม่ได้หวังแค่เก้าอี้ใหญ่ของตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะพาลูกทีมกวาดเก้าอี้ สท. ได้อย่างถล่มทลาย ซึ่งลูกทีมแต่ละท่านส่วนใหญ่มาจากผู้นำชุมชนและบุคคลที่ชุมชนให้การยอมรับ และมีฐานเสียงที่มีอยู่ในตัวอยู่แล้ว หากคู่แข่งต้องการเลื่อยขาเก้าอี้จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยมากมายหลายประการ โดยเฉพาะการบั่นทอนเสียงและความศรัทธาในชุมชน ซึ่งคงต้องเหนื่อยและมีความเสี่ยงสูง

สุดท้ายคือหมายเลข 5 ปุณณสิน มณีนันท์  แห่งกลุ่มลำปางก้าวหน้า ผู้ซึ่งมีความมุ่งมั่นในการดำเนินภาระกิจทางการเมืองมานานนับปี โดยคัดสรรคนหนุ่มสาวหัวก้าวหน้ามารวมทีม บุคลิกที่โดดเด่นของกลุ่มนี้ คือมุ่งมั่นทำการเมืองแบบสมานฉันท์ ไม่มุ่งมั่นให้ร้ายหรือโจมตีคู่แข่งขัน มีสมัยนี้กระแสอาจยังไม่ปัง แต่หากรักษาบุคลิกและความมุ่งมั่นตั้งใจไว้อย่างคงเส้นคงวา อนาคตจะเป็นกลุ่มการเมืองที่น่ากลัว และจะเป็นคู่ต่อกรที่น่ากลัวของกลุ่มฯ อื่นๆ ได้อย่างแน่นอน..

ฟันธง..ผู้สมัครตำแหน่งนายกเทศมนตรี ที่มีสิทธิ์คว้าตั๋วใหญ่ใบนี้ไปครอง หากไม่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ชนิดฟ้าถล่มดินทลายมาเป็นเงื่อนไขที่สร้างปัจจัยให้พลิกผันแล้วละก็ ..ตัวเต็งอันดับแรกที่มีสิทธิ์จะมาวินต้องยกให้ ผู้สมัครหมายเลข 4 ดร.กิตติภูมิ นามวงค์ แห่งกลุ่มภูมิลำปาง, ส่วนคู่แข่งที่จะเกาะอันดับตามมา ผมยังให้เครดิต หมายเลข 2  อ.นิมิตร จิวะสันติการ ด้วยฐานคะแนนจัดตั้งเก่าที่ยังมีและจงรักภักดีอยู่นั่นเอง.. ส่วนอันดับ 3 แน่นอน ณรงค์ พินธิสืบ แห่งกลุ่มความสุขนครลำปาง ด้วยสรรพกำลังมืออาชีพที่เคยทำงานให้กับ ส.ส. ลงมาช่วยดันคะแนน โดยระดมลงพื้นที่ชนิดถี่ยิบ..สามารถโน้มน้าวการตัดสินใจของชาวบ้านได้ระดับหนึ่ง

แต่อย่างที่บอกการเมืองระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะเขตเทศบาลฯ ยังเป็นการเมืองเชิงวิถีแบบชาวบ้านที่ความรัก ความผูกพัน และความสนิทสนมคุ้นเคยถือเป็นปัจจัยหลักของทุกคะแนนเสียงที่ได้มา  การจะได้มาซึ่งชัยชนะจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลา และปัจจัยก้อนใหญ่ที่สามารถพลิกการตัดสินใจของชาวชุมชนได้..

ส่วนอันดับ 4 และ 5 ผู้สมัครหมายเลข 3 คือ อภิชัย สัชฌะไชย จากกลุ่มลำปางพัฒนา และหมายเลข 5 ปุณณสิน มณีนันท์ แห่งกล่มลำปางก้าวหน้า ถ้าเทียบจากนโยบายทั้งสองกลุ่มใกล้เคียงกัน เพราะเคยคิดและวางนโยบายด้วยกันในฐานะกลุ่มเดียวกัน ก่อนที่ฝ่ายหนึ่งจะแยกกลุ่มออกไป ในเรื่องมวลชนซึ่งหมายถึงจำนวนคะแนนที่จะได้มา ผมยังคิดว่า ปุณณสินฯ จะมีคะแนนเป็นกอบเป็นกำในบางชุมชน มากกว่า อภิชัย ซึ่งเป็นคนนอกชุมชน ส่วนเรื่องกำลังภายในที่จะส่งผลต่อคะแนนที่ “อัพ” ขึ้นนั้น ฝ่ายหลังดูจะมีภาษีกว่าด้วยบารมีของบิดา ที่เคยรักษาการในตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครลำปาง มาก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงวันเลือกตั้งก็จะรู้ว่าใคร จะรั้งบ๊วย…

ส่วนเก้าอี้ สมาชิกสภาเทศบาลฯ หรือ สท. นั้น ผมไม่อาจฟันธงว่า กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะสามารถยกทีมเข้าไปได้ทั้ง /24 คน หรือกลุ่มใดคนไหนบ้างจะสอบผ่าน..

แต่มั่นใจได้ว่า อดีต สท.บางคน ประเภทเสียงดี (ในสภาฯ) แต่ไม่มีผลงาน  มาถึงการเลือกตั้งครานี้มีสิทธิ “สะอื้น” ได้..ส่วนจะเป็นใครบ้างน่าจะรู้ตัวกันบ้างแล้วครับ..





error: Content is protected !!