ข่าวทั่วไป » ม.ล.ปนัดดา พบปะสนทนา ณ วังวรดิศ พี่น้องเพื่อนข้าราชการ 3 ก.พ. 64

ม.ล.ปนัดดา พบปะสนทนา ณ วังวรดิศ พี่น้องเพื่อนข้าราชการ 3 ก.พ. 64

4 กุมภาพันธ์ 2021
278   0

พบปะสนทนา ณ วังวรดิศ พี่น้องเพื่อนข้าราชการ 3 ก.พ. 64

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา ประธานพิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  กล่าวว่า “ความดีมีความพร้อมทางสติปัญญา (Intelligence)  ของพี่น้องเพื่อนข้าราชการและวิทยากรตัวคูณจะต้องยึดมั่นในหลักคุณธรรมจริยธรรมเป็นหลักในการทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วน  ก่อนที่จะไปไกล่เกลี่ย  แก้ไขปัญหา  ให้ความรู้หรือให้คำปรึกษาทางกฎหมาย  ระเบียบข้อบังคับ  เผยแพร่งานในภาระหน้าที่รับผิดชอบของส่วนราชการ พูดจาสมาคมกับใครเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมนั้น  อันจะช่วยทำให้ระบบงานและสังคมมีความสงบสุข  เกิดผลสัมฤทธิ์  และเจริญก้าวหน้าได้  คุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญมี  10  ประการสำคัญ

  1. การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม คุณธรรม  ข้อนี้เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างยิ่งเพราะสังคมจะดำรงอยู่ได้  และสามารถพัฒนาให้มีความเจริญก้าวหน้าได้  ถ้าผู้คนในสังคมยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตน  เพื่อประโยชน์ส่วนรวม  ไม่เห็นแก่ตัวหรือประโยชน์ได้เสียของพวกพ้องหรือวงศาคณาญาติ
  2. การรับฟังความคิดเห็นระหว่างกัน ไม่ใช่เอาความคิดตนเป็นที่ตั้งแต่เพียงผู้เดียว  (One Man Decision)  และเคารพในมติของเสียงส่วนมาก  คุณธรรมข้อนี้มีความสำคัญมากต่อการดำรงสังคมคุณภาพ  และสังคมประชาธิปไตยที่มีระเบียบ  เพราะสมาชิกในสังคมมักจะมีความคิดเห็นในปัญหาต่าง ๆ ของสังคม  และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไป  จึงจำเป็นที่จะต้องฟังเสียงส่วนใหญ่อันกอปรด้วยเหตุและผล  เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ๆ แต่ทั้งนี้เสียงส่วนมากก็จะต้องเคารพความคิดเห็นของเสียงส่วนน้อยโดยไม่ถือว่าเสียงส่วนน้อยเป็นฝ่ายผิด  จึงจะทำให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างสันติสุข  คนดีกับอีกทุก ๆ คน  ต่างมีที่ยืน  หาใช่ลบหลู่ดูหมิ่นหรือเป็นศัตรูต่อกัน
  3. ความมีระเบียบวินัยและรับผิดชอบต่อหน้าที่ ถ้าสมาชิกในสังคมยึดมั่นในระเบียบวินัย  ควบคุมตนเองได้  ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น  และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  สังคมนั้นก็จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขและเจริญก้าวหน้า  ตัวอย่างเช่น  นักเรียนมีหน้าที่เรียนก็ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด  จะทำให้นักเรียนมีความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน  เป็นทั้งคนดีมีความสามารถ  มีสัมมาชีพสุจริต  และประสบความสำเร็จในชีวิต  หรือข้าราชการทำหน้าที่บำบัดทุกข์-บำรุงสุข  การพิทักษ์สันติราษฎร์  และดูแลความอยู่รอดปลอดภัยของสังคมอย่างดีที่สุด  ไม่ใช่นิยมชมชอบแต่คนประจบประแจงเอาใจ  ก็ย่อมจะทำให้ข้าราชการผู้นั้นมีความสำเร็จในหน้าที่การรับราชการต่อไปภายภาคหน้า
  4. ความซื่อสัตย์สุจริต ถ้าสมาชิกในสังคมยึดมั่นในความสัตย์ซื่อสุจริต  เช่น  ไม่ลักทรัพย์  ไม่เบียดบังทรัพย์สินของผู้อื่นมาเป็นของตน  หรือถ้าเป็นข้าราชการก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  มี “Code of Honour”  มีความซื่อตรงต่อหน้าที่  ไม่ทำการทุจริตคอร์รัปชั่น  สังคมนั้นก็จะมีแต่ความสันติสุขและเจริญก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็นแบบอย่างแก่องค์กรทั้งหลาย  อย่างเต็มภาคภูมิ
  5. สังคมทุกสังคมต้องการให้มีการแสดงออกซึ่งความคิดเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ ไม่กล่าวเท็จ  ไม่หยาบคาย  เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม  ดังนั้น  ถ้าสมาชิกในสังคมมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อการดำรงอยู่ของสังคมคุณภาพ  ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นแนวทางในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรือง
  6. ความสามัคคี หมายถึง  ความรักใคร่กลมเกลียว  ความร่วมมือกันทำงาน  มีความรู้รักสามัคคี  มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าหากัน  มีความเป็นสุภาพชน  มิใช่แข็งกระด้าง  เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม  ดังคำกล่าวที่ว่า  “สามัคคี  คือ  พลัง”  ดังนั้น  ถ้าประชาชนชาวไทยมีความรู้-รัก-สามัคคี  ไม่แตกแยก ไม่แบ่งแยก  ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติ  ประเทศชาติย่อมจะมีความเข้มแข็ง  เป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นที่เกรงอกเกรงใจของอารยประเทศ  รวมทั้งจะทำให้สถาบันทางการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยมีความมั่นคงและยั่งยืน
  7. ความละอายและเกรงกลัวในการกระทำชั่ว เกรงกลัวต่อบาป  สิ่งไม่ดีไม่งามต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น  เช่น  ถ้าบุคคลมีความซื่อสัตย์สุจริต  เห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ  มีความละอายแก่ใจและเกรงกลัวในการทำความชั่วและสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม  ย่อมจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นศรัทธาในตัวบุคคลและองค์กร  อันจะยังผลให้ระบบงานภาครัฐในทุกมิติดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเรียบร้อย  ไม่ใช่เป็นแบบหัวมังกุท้ายมังกร  ซึ่งหมายความว่า  ไม่เข้ากัน   ขัดกันในตัว  ทรวดทรงเรือนร่าง  ต่างลักษณะ  ไม่กลมกลืนกันตามที่ควรเป็น
  8. การส่งเสริมให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ  เมื่อนั้นระบอบการปกครองของประเทศจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น  ระบบราชการเป็นที่พึ่งพาและไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน  เมื่อได้คนดีมีความรู้ความสามารถทั้งเปี่ยมด้วยคุณธรรมจริยธรรม  มารับราชการและช่วยกันบริหารบ้านเมือง
  9. มีความมุ่งมั่นตั้งใจการยึดหลักเกณฑ์ เรียกว่า  “5 Modules”  ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  ระบบราชการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล  เป็นแบบอย่างอันถูกต้อง  สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและสังคมโดยรวม  ไม่ใช่หมดความเลื่อมใสศรัทธา  เพราะข้าราชการประจำต้องเป็นหลักให้กับประเทศชาติ  ต้องไม่ทำให้ระบบล่มสลาย
  10. การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) เพื่อความรู้เท่าทัน  การไม่เป็นผู้ตกข่าวสาร  มีการอัพเดตความรู้ความเข้าใจโดยตลอดเวลา  ประการสำคัญ  คือ  การเสริมสร้างความรู้-รัก-สามัคคี  และเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา  ตามพระบรมราชปณิธาน

หลักคิดทางคุณธรรมจริยธรรมดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น  เป็นคุณธรรมและจริยธรรมที่สมาชิกของสังคมสามารถกระทำได้  โดยไม่ต้องอาศัยทักษะใดๆ กล่าวได้ว่าเป็นธรรมชาติของความดีที่ทุกผู้ทุกฝ่ายพึงกระทำ  ซึ่งความดีเริ่มได้จากใจเรา  และเราคนไทยทุกคนทำความดีด้วยหัวใจ

เมื่อพี่น้องเพื่อนข้าราชการและวิทยากรตัวคูณสามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนทั้ง  10  ประการ  ย่อมจะช่วยให้ระบบราชการอันถือกำเนิดขึ้นตามอุดมคติทางการบริหาร  ทำให้สังคมมีความสงบสุข  และสามารถก้าวเดินหน้าต่อไปอย่างสง่างาม  มีประสิทธิภาพ  ปราศจากการเลือกปฏิบัติ  เป็นส่วนราชการและโครงการวิทยากรตัวคูณคุณธรรม  เป็น  “Role Model”  ให้กับองค์กรอื่น ๆ ของประเทศไทย  กับอีกทั้งสมาชิกประเทศในภูมิภาค

ส่วนหนึ่งจากการพบปะสนทนากับพี่น้องเพื่อนข้าราชการผู้เข้าร่วมโครงการ  “ดำรงราชานุภาพศึกษา”  ณ พิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  วังวรดิศ  เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย // 3 ก.พ. 64 //

 





error: Content is protected !!