ข่าวทั่วไป » สมาชิกวุฒิสภาบรรยายพิเศษ ขอให้ลูกหลานทุกคนจงเป็นเยาวชนที่ดีของแผ่นดิน

สมาชิกวุฒิสภาบรรยายพิเศษ ขอให้ลูกหลานทุกคนจงเป็นเยาวชนที่ดีของแผ่นดิน

13 ตุลาคม 2020
112   0

สมาชิกวุฒิสภาบรรยายพิเศษ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.พระนครศรีอยุธยา

บ่ายวานนี้ (12 ต.ค. 63) เวลา 13.00 นาฬิกา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม, เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง สู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน, ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม วุฒิสภา เยี่ยมเยียนและพบปะกับผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ ครูอาจารย์ นักสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายปกครอง บุคลากรในสังกัด และบรรยายพิเศษ “ความเพียร ซื่อตรง เป็นสุภาพชน คือ นวัตกรรมเพื่อการสืบสาน รักษา และต่อยอด” แก่ข้าราชการ และลูกหลานเยาวชนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยา และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ ห้องประชุม สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

“ปัญหาหนึ่งของสังคมปัจจุบันที่น่าห่วงใย และลูกหลานเยาวชนทุกคนควรได้เรียนรู้ จงมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ และต้องไม่ป่วยเป็นโรคนี้ ที่จะทำให้เราเสียคนเสียโอกาส คือ “โรคหลงตัวเอง ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Narcissistic Personality Disorder” ในนานาอารยประเทศจะมีความรังเกียจเดียดฉันท์กับผู้ป่วยโรคดังกล่าว ถือเป็นผู้ป่วยทางจิตขั้นรุนแรงประเภทหนึ่ง ผู้ป่วยโรคหลงตัวเองจะยึดถือตนเป็นศูนย์กลางความถูกต้อง ทำอะไรไม่เคยคิดว่าผิด มีความอิจฉาริษยาคนอื่น ให้ร้ายคนอื่น ว่ากล่าวใครต่อใครไปทั่ว เข้าใจไปเองว่ามีตนและพวกพ้องเท่านั้นที่วิเศษเหนือกว่าใครอื่นหมด นิยมอวดความมั่งมี อวดความรู้ความสามารถที่ไม่ใช่ของแท้ ตนถูกตามใจมาแต่เด็กจนกระทั่งเคยตัว ทำอะไรต้องได้ดั่งใจ ประการสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ตั้งข้อสังเกตไว้ คือ การดูหมิ่นดูแคลนสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี ทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ตนเองใหญ่ มีอำนาจ ใช้อำนาจ ปราศจากความเมตตากรุณา คิดเองเออเองว่าความเก่งกล้าสามารถไม่มีใครเหนือตน

ผู้ป่วยโรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder) จะยึดตนเองเป็นสำคัญ เช่น หวังให้ผู้อื่นแลเห็นว่าตัวเองเป็นบุคคลพิเศษหรือเหนือกว่าใครอื่นในทุกๆ ด้าน  หมกหมุ่นอยู่กับการคิดถึงความสำเร็จ อำนาจ ความร่ำรวย ความสวยความงามความมีหน้าตาดี ทั้งที่คนอื่นอาจมองว่าตนนั้นไม่ได้งดงามอย่างที่คิด อาจเรียนจบสถานศึกษาในหลายๆ ระดับ แต่ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไร้ความมีเมตตาธรรม มีความหลงใหลในอุดมคติตามความเชื่อของตนเอง  มีความเชื่อไปเองว่าตนเป็นคนพิเศษ คุยโวโอ้อวด ดูถูกบรรพชน ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณ และคิดว่าบุคคลที่มีความพิเศษเฉกเช่นตนถึงจะเข้าใจตน ต้องการความสนใจ การยอมรับนับถือ และความชื่นชมจากผู้อื่น    ผู้ป่วยคิดไปเองว่าสมควรได้รับอภิสิทธิ์ต่างๆ อย่างไม่มีเหตุผล แสวงหาประโยชน์จากผู้อื่น ให้ร้ายผู้อื่น ถึงขั้นยุยงส่งเสริม สร้างความแตกแยก ลบล้างความคิด เพียงเพื่อให้ตนเองบรรลุเป้าหมายที่ต้องการขาดความเห็นใจผู้อื่นและสังคม จะมีความวุ่นวายเพียงใด สาหัสสากรรจ์อย่างไร ขอเพียงให้ตนได้แสดงความอีโก้โอ้อวด ผู้ป่วยมักริษยาผู้อื่น หรือคิดไปเองว่าคนรอบข้างอิจฉาริษยาตน ผู้ป่วยจะมีความคิดหรือพฤติกรรมที่เย่อหยิ่งจองหอง ไม่รู้จักและไม่มีวันที่จะเข้าใจความหมายของการได้เกิดมาเป็นคน ความดีความไม่ดี ความผิดความชั่ว แยกแยะไม่เป็นทั้งสิ้น

การบำบัดรักษาจะช่วยให้ผู้ป่วยทางจิตประเภทนี้ เกิดสัมพันธภาพอันดีกับผู้คนรอบข้าง เข้าใจสาเหตุที่ทำให้เกิดความคิดและพฤติกรรมของโรคหลงตัวเอง เช่น สาเหตุที่ทำให้อยากแข่งขัน อยากใหญ่ อยากมีอำนาจ มีความโลภโมโทสัน ความสุดโต่ง อยากเป็นที่ลุ่มหลงของผู้คน ไม่เชื่อใจใครอื่น เหยียดหยามให้ร้ายผู้อื่น แต่โดยที่ตนด้อยด้วยประสบการณ์ชีวิต ปัญหาจึงเกิดขึ้นมากมายและยากต่อการแก้ไข การทำจิตบำบัดต้องใช้เวลาหลายปีต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของคนเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดจะได้รับประโยชน์จากการบำบัดรักษา ดังนี้ : ยอมรับและรักษาสัมพันธภาพกับบุคคลรอบข้างตามความเป็นจริง รวมทั้งเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความรักสมัครสมาน มีเหตุผล เป็นสุภาพชน รู้จักการทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดี ยอมรับความสามารถและศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง ส่งผลให้สามารถรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นหรือเมื่อต้องประสบความล้มเหลวในเรื่องหนึ่งเรื่องใด พึงยอมรับความผิดพลาดและรีบแก้ไขโดยไม่ชักช้า ทำให้ตนเกิดความเข้าใจและสามารถบริหารจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ดีขึ้น มีความเข้าใจในการดำเนินชีวิตเข้าใจและสามารถยอมรับเรื่องราวที่ส่งผลต่อการเป็นที่ยอมรับ และความเชื่อมั่นตัวเอง มากหรือน้อยตามความเป็นจริง ถือหลักสุจริตธรรม และหลักธรรมชาติศึกษา สามารถบอกได้ว่าต้องการบรรลุเป้าหมายที่ไม่สามารถเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร ไม่ใช่หัวชนฝา ไม่รู้อะไรควรไม่ควร หน้ามืดกระทำไปในพฤตินิสัยที่เรียกว่าขาดวุฒิภาวะอันควร

ขอให้ลูกหลานทุกคนจงเป็นเยาวชนที่ดีของแผ่นดิน มีความเพียร ซื่อสัตย์สุจริต เป็นอนาคตอันล้ำค่าของชาติบ้านเมืองไทยสืบไป”

 





error: Content is protected !!