ข่าวประชาสัมพันธ์ » กินปู ดูนา พาฟิน’ครั้งแรกในลำปาง เทศกาลอาหารถิ่น-ท่องเที่ยววิถีเกษตร

กินปู ดูนา พาฟิน’ครั้งแรกในลำปาง เทศกาลอาหารถิ่น-ท่องเที่ยววิถีเกษตร

27 สิงหาคม 2020
318   0

กินปู ดูนา พาฟิน’ครั้งแรกในลำปาง เทศกาลอาหารถิ่น-ท่องเที่ยววิถีเกษตร

เตรียมเปิดตัวเทศกาล “กินปู ดูนา พาฟิน” ครั้งแรกของ จ.ลำปาง  ชู “น้ำปู๋” อัตลักษณ์เมืองแจ้ห่ม หนุนเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น กิจกรรมดีๆที่ไม่ควรพลาด

จังหวัดลำปาง ร่วมกับอำเภอแจ้ห่ม และสำนักงานประมงจังหวัดลำปาง เตรียมจัดกิจกรรมเทศกาล “กินปู ดูนา พาฟิน” ครั้งที่ 1 ในวันที่ 11-12 กันยายน 2563 ณ อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาคำลือ ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของ โครงการการสร้างรายได้เสริมจาการเลี้ยงปูนาและการเพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูปจากปูนา เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นจังหวัดลำปาง  จัดทำโดยสำนักงานประมงจังหวัดลำปาง เพื่อส่งเสริมต่อยอดการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ที่ทำเกษตรปลอดภัย และได้ผลผลิตปูนาจากนาข้าวมาทำผลิตภัณฑ์  รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยววัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นจังหวัดลำปาง

นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า  ถ้าพูดถึงน้ำ.ปูคนลำปางก็จะรู้จัก อ.แจ้ห่ม เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นตำรับในการทำน้ำปู แต่ปัจจุบันผลผลิตปูนาลดน้อยลง เพราะรูปแบบการทำนาเปลี่ยนไป ทำให้มีการใช้สารเคมีมากขึ้น ปูนาที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติจึงลดลง สำนักงานประมงเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงปูนา จึงนำเสนอวิธีการเลี้ยงปูนาให้กับเกษตรกร ให้มีรายได้เสริม และเพิ่มมูลค่าโดยการแปรรูป  จึงได้ขอสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดลำปาง เพื่อจัดทำโครงการสร้างรายได้เสริมจาการเลี้ยงปูนาและการเพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูปจากปูนา โดยได้มีการคัดเลือกเกษตรกร อ.แจ้ห่ม จำนวน 40 ราย เป็นต้นแบบการเลี้ยงปูนาในรูปแบบต่างๆ  โดยได้ร่วมกับคณะเทคโนโลยีเกษตร  ม.ราชภัฎลำปาง ในการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ และได้ขยายผลการเลี้ยงปูนาไปอีก 13 อำเภอ ทำให้ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 240 ราย  ในอนาคตถ้าเกษตรกรสามารถเลี้ยงปูนาให้ได้ผลผลิตมากขึ้น จะนำไปสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์จำหน่าย เป็นสินค้าโอทอป จ.ลำปาง

ประมงจังหวัดลำปาง กล่าวอีกว่า  นอกจากจะส่งเสริมการเลี้ยงปูนาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเน้นการส่งเสริมด้านการตลาด ให้เกษตรแปรรูปปูเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ เช่น ปูนาซอสกะเพรา ปูนาทอดกรอบสามรส น้ำพริกปูนาย่าง  น้ำพริกปูเปรี้ยวหวาน ปูนาดอง อ่องมันปูนาสมุนไพรฯลฯ  จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือน อ.แจ้ห่ม  เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกทางหนึ่ง  และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สอดคล้องกับการอนุรักษ์พัฒนาอาหารถิ่น อ.แจ้ห่มอีกด้วย

ด้านนายยุทธพงศ์ ไชยศร  นายอำเภอแจ้ห่ม กล่าวว่า   ต้องขอบคุณประมงจังหวัดที่ได้นำโครงการระดับจังหวัดเข้ามาส่งเสริมในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม โดยเฉพาะน้ำปู ซึ่งเป็นจุดขายของ อ.แจ้ห่ม การนำกิจกรรมนี้ขึ้นมาพัฒนาเกษตรกร และดึงดูดนักท่องเที่ยว มาจับจ่ายใช้สอยใน อ.แจ้ห่ม ถือเป็นโอกาสที่ดี   ซึ่งปัจจุบันปูนาธรรมชาติก็ยังมีอยู่บางส่วน แต่เกษตรกรรมบางชนิดก็มีการใช้สารเคมี ผู้บริโภคอาจจะลังเลใจในการอุปโภคบริโภค เพราะฉะนั้นทางจังหวัดจึงอยากจะให้ปูนาตามโครงการนี้ มีความปลอดภัยในการบริโภค และจัดทำเป็นสัญลักษณ์ปูแจ้ห่มปลอดสารพิษขึ้น

นอกจากนั้น กิจกรรมกินปูดูนาพาฟินที่ อ.แจ้ห่ม ยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงปูนาปลอดสารพิษแล้ว  ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาใน อ.แจ้ห่ม เพื่อเชื่อมโยงการกินปูนา ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะน้ำปู ที่ใช้ปูนาแปรรูปได้  ซึ่งปูนานำมาทำอาหารได้หลายชนิดได้อร่อยมาก   และยังจะได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และอันซีนหลายแห่งใน อ.แจ้ห่มด้วย

นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  กล่าวว่า  โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปูนาฯ ที่เกิดขึ้น เป็นโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ของ จ.ลำปาง และยังเป็นโครงการที่มีความสำคัญอีกโครงการหนึ่ง ที่มีการรวมตัวของ 3 เรื่อง มาบูรณาการร่วมกัน โดยเรื่องแรก คือ การส่งเสริมอาชีพ  เนื่องจากลำปางเป็นพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรโดยส่วนใหญ่ และมีการส่งเสริมให้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน  ไม่น่าจะเป็น การทำนา ปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว  รวมถึงการทำปศุสัตว์ และประมง  ปูนาถือเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่น่าสนใจทางภาคเหนือ  การส่งเสริมเลี้ยงปูนาก็เป็นการสร้างอาชีพต่อยอดให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง  ให้ปูนามีการแพร่หลายมากขึ้น

เรื่องที่สองคือการส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น  เมื่อผลผลิตออกมาก็จะเป็นอาหารของคน  อาหารแต่ละพื้นถิ่นจะมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันไป และถูกสรรค์สร้างขึ้นหลายหลายเมนู   ปูนาก็มีการนำมาแปรรูปให้เป็นอาหารอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของ อ.แจ้ห่ม ก็คือการทำ “น้ำปู”  นำไปใช้ประกอบอาหาร เป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน

สุดท้ายคือเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว วิถีเกษตรก็สามารถนำมาส่งเสริมทางด้านนี้ได้ เพราะการท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีเสน่ห์ของตัวเอง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติ ต้นไม้ แหล่งน้ำ พืชผัก และสัตว์ จะได้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย นอกจากนั้นจะยังได้มีส่วนร่วม เช่น  การลงมือทำนาเอง การปล่อยปูนา ดูการเลี้ยงปูนา เป็นต้น  วิถีเกษตรยังต่อยอดท่องเที่ยวทำได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวโดยชุมชน  นี่คือจุดโดดเด่นภายใต้โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปูนาฯ  ซึ่งเป็นการนำสตอรี่มารวมกันส่งเสริมปูนาได้อย่างลงตัว  และเป็นโครงการนำร่องที่จะนำไปขยายผลการเลี้ยงสัตว์ประเภทอื่น ๆ ได้ต่อไป  รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าว.

 





error: Content is protected !!