ข่าวเด่น » ภาค 5 จับเครือข่ายแก๊งสกิมเมอร์ปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์

ภาค 5 จับเครือข่ายแก๊งสกิมเมอร์ปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์

29 มิถุนายน 2020
200   0

ตำรวจภาค 5 แถลงผล กรณีจับกุมนายนายมูฮาหมัดอาซิค บูดีนซ่าราวเตอร์  ผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งสกิมเมอร์ปลอมแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์

( 29  มิถุนายน 2563) ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม              ทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 ทำการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นั้น

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.วรัตม์ชัย ศรีรัตนวุฑฒิ รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.อดุลย์ ดรุณเพท รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ธวัชชัย  พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.ไพโรจน์  ทองขาว ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ภพ มัลเชษฐ์ ผกก.สส.4 บก.สส.ภ.5

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันจับกุมตัวนายมูฮาหมัดอาซิคบูดีนซ่าราวเตอร์  อายุ 36 ปี  พร้อมด้วยของกลาง  1. เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ ACER รุ่น Aspire E 14 สี ดำ หมายเลขประจำเครื่อง  (Serial Number) MXQST0135190EB8E3400  จำนวน 1 เครื่อง  2. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Samsung รุ่น Galaxy A7 สีทอง หมายเลขอีมี่ IMEI (slot 1)     353678100298757 , IMEI (slot 2) 3536791002989755 จำนวน 1 เครื่อง  3. เครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 เครื่อง  4. บัตรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้บันทึกข้อมูล จำนวน 7 ใบ   5. เครื่องรูดบัตร ธนาคารกรุงเทพ หมายเลข S/N : 90166643  จำนวน 1 เครื่อง 6. ใบเสร็จธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 1 ชุด  โดยกล่าวหา “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น” ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.269/1 และ 269/4

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5)ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่ามีชายต้องสงสัยคล้ายชาวต่างชาติ มาติดต่อขอใช้งานเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยเสนอให้ค่าตอบแทนในการรูดบัตรเป็นเงินจำนวนมาก เชื่อว่าจะเป็นแก็งสกิมเมอร์ชาวต่างชาติที่มากระทำผิดในประเทศไทย จนท.ศปอส.ภ.5 จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตาม พบเป็นชายต้องสงสัยคล้ายชาวต่างชาติ และพักอยู่ที่โรงแรมไลฟ์แกรนด์เชียงใหม่ สอบถามได้ข้อมูลว่าขณะมาเข้าพักลูกค้าในห้องดังกล่าวได้ขนสิ่งของคล้ายเป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในห้องดังกล่าว โดยมักจะซื้อข้าวมากินในห้องและไม่ออกไปไหน ซึ่งผิดวิสัยกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ โดยบุคคลดังกล่าว ได้พักอยู่ห้องพักเลขที่ 310

ต่อมา วันที่ 27 มิ.ย.63 เจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.5 จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่โรงแรมไลฟ์แกรนด์เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องพักเลขที่ 310 พบชายชาวต่างชาติทราบชื่อภายหลังว่านายมูฮาหมัดอาซิค บูดีนซ่าราวเตอร์  อายุ 36 ปี และคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และบัตรเครดิตอยู่จำนวนมาก วางไว้บริเวณบนโต๊ะภายในห้องและกำลังนั่งโคลนนิ่งบัตรและรูดเงินออกจากบัตร

จากการสอบถามนายมูฮาหมัดอาซิคฯ รับว่าตนมาพักที่ห้องดังกล่าวเพื่อโคลนนิ่งบัตรและรูดเงินออกจากบัตรจริง โดยก่อนหน้านี้ได้รับการชักชวนจากนายอ้วน (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ซึ่งเป็นเพื่อนของนายพิเชษฐ์  แก้วกลาง ให้มาทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับการการรูดเงินจากบัตรที่ถูกสกิมเมอร์ โดยจะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 45 เปอร์เซ็น จากเงินที่สามารถรูดจากบัตรได้ ลักษณะงานกล่าวจะมีกระบวนการ คือ มีชายชาวอินเดียชื่อว่า Mr.Sriva Reeddy  จะส่งข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นลักษณะส่งเป็นตัวอักษรหรือตัวเลขพร้อมสัญลักษณ์จำนวน 36 หลัก มาให้ผ่านทางโปรแกรม What’s app จากนั้นจะทำการคัดลอกหมายเลขดังกล่าว ไปยังแอพพลิเคชั่น MSR ในโทรศัพท์มือถือ แล้วใช้โทรศัพท์ดังกล่าวเชื่อมต่อบลูทูธไปยังเครื่องคัดลอกข้อมูล เพื่อคัดลอกข้อมูลลงในบัตรที่เตรียมไว้ (โคลนนิ่งบัตร) ต่อมาก็จะนำบัตรดังกล่าวไปรูดกับเครื่องรูดบัตรเครดิต เมื่อทำรายการเสร็จสิ้นแล้ว จะส่งบิลจากการทำรายการให้นายอ้วน และนายพิเชษฐ์ฯ ดูก่อน เมื่อเงินเข้าแล้วจะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 45 เปอร์เซ็น จากยอดเงินจะโอนเงินค่าส่วนแบ่งมาให้ ซึ่งตนก็จะส่งให้กับ Mr.Sriva Reeddy ชาวอินเดีย ในรูปแบบของบิทคอย จำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 5 เปอร์เซ็นต์จะเป็นค่าทำงานของตนเอง ซึ่งยังไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด ก่อนถูกจับกุม นายมูฮาหมัดอาซิคฯ ได้เดินทางมาที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.63 โดยได้ทำการรูดเงินออกจากบัตรแล้วทั้งหมด 60 รายการ ได้ยอดเงินรวม 364,900 บาท (แยกเป็นรายละเอียด วันที่ 26 มิ.ย.63 จำนวน 35 รายการ เป็นเงิน 128,400 บาท วันที่ 27 มิ.ย.63 จำนวน 25 รายการ เป็นเงิน 236,500 บาท ) และผู้เสียหายส่วนมากเป็นชาวอเมริกาและแคนาดา

ตำรวจภูธรภาค 5 ขอประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันการถูกสกิมมิ่งข้อมูลจากบัตร มีรายละเอียดดังนี้  1. สังเกตความผิดปกติของช่องเสียบบัตรของเครื่อง ATM ที่ใช้บริการ ก่อนที่จะเสียบบัตรจะต้องมีไฟกะพริบล้อมรอบช่องเสียบบัตรทุกครั้ง ดังนั้นหากไม่มีไฟกะพริบปรากฏขึ้น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีเครื่องดูดข้อมูล ให้รีบแจ้งธนาคารโดยด่วน     2.สังเกตความผิดปกติของแป้นพิมพ์ อาทิเช่น แป้นพิมพ์อาจจะดูหนากว่าปกติ หากพบความผิดปกติ ห้ามเสียบบัตรเด็ดขาด 3.ระหว่างการใช้เครื่อง ATM ควรยืนประชิดกับตัวเครื่อง และใช้มือบังป้องแผงคีย์บอร์ด ในขณะที่ใส่ รหัสบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็น และป้องกันการบันทึกภาพ…

 

 

 

 





error: Content is protected !!