ข่าวทั่วไป » ดื่มกาแฟเสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือ ??

ดื่มกาแฟเสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือ ??

20 มิถุนายน 2018
944   0

ดื่มกาแฟเสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือ ??


ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน เพราะกาแฟมีสารคาเฟอีนที่ทำให้ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า และรู้สึกสดชื่นเป็นผลดีต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีข้อมูลว่าการดื่มกาแฟเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ซึ่งกลายเป็นข้อสงสัยว่าข้อมูลดังกล่าวจริงเท็จอย่างไร และถ้าหากเป็นความจริง อัตราความเสี่ยงของกาแฟจะทำให้เกิดมะเร็งมากหรือน้อยแค่ไหนกัน

ที่มาของความเชื่อเรื่องกาแฟทำให้เป็นมะเร็ง
ความเชื่อที่ว่าการดื่มกาแฟทำให้เป็นมะเร็งนั้นมาจากสารในกาแฟที่ชื่อว่า “อะคริลาไมด์” (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง หากร่างกายได้รับสารดังกล่าวเกินปริมาณที่กำหนด จะมีความเสี่ยงและทำให้เป็นมะเร็งได้ โดยสารชนิดนี้สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผ่านความร้อนสูง เช่น ขนมทอดกรอบที่ต้องผ่านการทอดด้วยความร้อนสูง เป็นต้น รวมถึงกาแฟก็เช่นกัน ที่อาจเกิดสารอะคริลาไมด์ ซึ่งได้จากขั้นตอนการคั่วกาแฟ รวมถึงขั้นตอนการทำกาแฟสำเร็จรูปที่ทำให้เกิดสารอะคริลาไมด์อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ มีตัวเลขกำหนดไว้ว่าร่างกายควรได้รับสารอะคริลาไมด์ไม่เกิน 2.6 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หากได้รับมากกว่าที่กำหนดไว้จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

กาแฟกับสารก่อมะเร็ง(อะคริลาไมด์)
จากการศึกษาของประเทศโปแลนด์พบว่า ในกาแฟคั่วบดหรือกาแฟสด 160 ซีซี (ประมาณ 1 แก้ว) มีสารอะคริลาไมด์ 0.15-1 ไมโครกรัม แสดงว่าหากคนที่มีน้ำหนักตัว 40 กิโลกรัม จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งจากการดื่มกาแฟได้นั้น ต้องได้รับสารอะคริลาไมด์เกิน 40?2.6 = 104 ไมโครกรัม โดยในกาแฟ 1 แก้วมีสารอะคริลาไมด์ 0.15-1 ไมโครกรัม แปลว่าในคนที่มีน้ำหนัก 40 กิโลกรัมจะต้องบริโภคกาแฟมากกว่า 104 แก้ว จึงจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง แสดงให้เห็นว่าการดื่มกาแฟในปริมาณปกตินั้น ไม่ได้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งแต่อย่างใด

ผลจากการดื่มกาแฟ
* ในกาแฟมีคาเฟอีน ทำให้ตื่นตัว สดใส กระปรี้ประเปร่า
* ผลข้างเคียงเล็กน้อย ได้แก่ ทำให้ชีพจรเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อย จึงไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมโรคได้ไม่ดี
* กาแฟมีความเป็นกรดพอสมควร จึงทำให้เกิดการระคายเคืองที่กระเพาะอาหาร จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยกรดไหลย้อน เพราะจะกระตุ้นให้ตัวโรคมีอาการรุนแรงขึ้น
* ฤทธิ์ของคาเฟอีนที่ทำให้ตื่นตัว หากได้รับผิดเวลาจะทำให้นอนไม่หลับ ข้อแนะนำคือควรได้รับในช่วงครึ่งเช้าของวัน
* ในกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันมะเร็งและโรคเส้นเลือดอุดตัน เคยมีการศึกษาพบว่าในคนที่บริโภคกาแฟดำ 2 แก้วขึ้นไป มีอัตราการเกิดมะเร็งน้อยกว่าประชากรทั่วไป
* การศึกษาฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ของกาแฟทั้งหมดเป็นการศึกษาในกาแฟดำ การดื่มกาแฟที่ใส่ครีมหรือน้ำตาลมากยังต้องระมัดระวังภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง และน้ำตาลสูงจากน้ำตาล ครีม หรือครีมเทียมที่เติมเข้าไป

บทความโดย ผศ. นพ.สหภูมิ ศรีสุมะ คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความจาก https://med.mahidol.ac.th/ramachannel
ด้วยความปรารถนาดีจาก โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง “ใส่ใจค้นหา บำบัดรักษาโรคมะเร็งให้คุณ”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 054 335262-8 ต่อ 187 , 160





error: Content is protected !!