ที่เที่ยว-ที่พัก ลำปาง » ดันลำปาง-ลำพูน สู่เมืองจุดหมายท่องเที่ยวภาคเหนือ

ดันลำปาง-ลำพูน สู่เมืองจุดหมายท่องเที่ยวภาคเหนือ

16 ตุลาคม 2019
489   0

ททท.สำนักงำนลำปาง พร้อมขับเคลื่อนลำปาง ลำพูน สู่เมืองจุดหมายทำการท่องเที่ยวในภาคเหนือ “2 Provinces one Destination”

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานลำปาง ซึ่งเดินทางมารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 กล่าวว่า ททท.สำนักงานลำปาง รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว การตลาดและการประชาสัมพันธ์ ความพร้อมของพื้นที่รับผิดชอบ คือ จังหวัดลำปางและลำพูน ทั้งสองจังหวัดเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมและสั่งสมความ*รุ่มรวยทางวัฒนธรรมมากว่า 1,300 ปี มีความงดงามทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่ดึงดูดผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จึงกำหนดเป้าหมายที่จะทำให้ทั้งสองจังหวัดมีการเติบโตทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มขึ้นในปี 2563

​จังหวัด“ลำปาง-ลำพูน” อดีต “เมืองแฝด”ที่มีความผูกพันฉันพี่น้องมาช้านาน หลังจากที่ “พระนางจามเทวี” ขึ้นปกครองเป็นปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย หลังปกครองบ้านเมืองสงบสุข พระองค์ได้สละราชบัลลังก์ให้กับ พระราชโอรสฝาแฝด “เจ้าชายมหันตยศ” แฝดผู้พี่ปกครอง “นครหริภุญชัย” หรือลำพูนในปัจจุบัน ส่วน “เจ้าชายอนันตยศ” แฝดผู้น้องปกครอง “เขลางค์นคร” หรือลำปางในปัจจุบัน ทั้งสองจังหวัดจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายทางวัฒนธรรมผนวกกับความคลาสสิกของเมืองที่สามารถสะกดให้เกิดการเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย อาทิ ย่านเมืองเก่า “กาดกองต้า” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ตลาดจีน” เปิดบริการทุกเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนคลาสสิกทรงเสน่ห์ ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทย จีน ยุโรป เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น “อาคารหม่องโง่ยซิ่น”เรือนขนมปังขิงอันแสนสวยดูคลาสสิกสุดๆ กับ “สะพานรัษฎาภิเศก” กรุ่นไอ แห่งอดีต สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือสร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2460

นอกจากนี้ยังมีความเก๋ไก๋ของกลิ่นอายจากตะวันตกกับการนั่งรถม้าชมเมืองหนึ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลือในประเทศไทย“หากมาเที่ยวลำปางแล้วไม่ได้นั่งรถม้า ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึงจังหวัดลำปาง” และไม่ควรพลาดที่จะไปชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของศิลปะพม่า ตามวัดต่างๆในเมืองลำปาง รวมไปถึง วัดพระธาตุลำปางหลวง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปางและพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีฉลู (วัว) สร้างขึ้นตามความเชื่อในเรื่อง “คติจักรวาล” รวมถึง“เงาพระธาตุ”ที่เป็นปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์พบเพียงไม่กี่แห่งในเมืองไทย “วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม” “วัดเจดีย์ซาวหลัง” “วัดปงสนุกเหนือ” “วัดศรีชุม” “วัดศรีรองเมือง” หรือ “วัดพระบาทปู่ผาแดง” จุดชมเจดีย์น้อยใหญ่บนหุบเขา ซึ่งเป็นที่กังขาว่าทำได้ยังงัย อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่จะต้องมาเยือนให้ได้

ผอ.ททท.ลำปาง กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อ “ตะลอนเที่ยว” จังหวัดลำปางครบแล้วก็ต้องเยือนจังหวัดลำพูน เมืองเล็กๆที่น่ารัก เมืองแห่งอดีตที่เก่าแก่ที่สุดในล้านนา เมืองที่มีความสงบ เงียบและเรียบง่าย ปราศจากตึกสูง มี “พระธาตุหริภุญชัย” พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำพูน และเป็นพระธาตุประจำปีคนเกิดปีระกา(ไก่) ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา ภายในประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุอยู่ในโกศทองคำ ซึ่งแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาไหว้องค์พระธาตุหริภุญชัยกันอย่างไม่ขาดสาย หากมีเวลาสามารถนั่งรถรางชมเมืองเก่าเล่าเรื่องเมืองหละปูน “วัดจามเทวี” “พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ” หรือ “กู่กุด” ซึ่งเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมภายในบรรจุพระอัฐิของพระนางจามเทวี, “วัดพระยืน”ที่โดดเด่นไปด้วย“เจดีย์วัดพระยืน” กับงานศิลปกรรมแบบพม่าอันงดงามเป็นเอกลักษณ์, “วัดมหาวัน” ที่มี “พระรอดหลวง” ซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของ“พระรอดลำพูน” อันลือลั่น กู่ช้าง สถูปทรงกระบอกปลายมน เชื่อกันว่าเป็นที่สุสานของ “ปู้ก่ำงาเขียว” ช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ซึ่งหากใครได้มากราบไหว้ขอพร และหากใครได้ลอดท้องรูปปั้นช้างปู้ก่ำงาเขียว(จำลอง)ที่กู่ช้าง กู่ม้า เชื่อว่าจะได้รับพรแห่งชัยชนะ สมหวังทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และการดำเนินชีวิต และ กู่ม้าตั้งอยู่ด้านหลังของกู่ช้าง เป็นเจดีย์ทรงกลม เชื่อว่าเป็นสุสานของม้าศึกพระนางจามเทวี

จังหวัดลำปางและลำพูน นอกจากจะเดินทางเชื่อมโยงถึงกันด้วยทางรถยนต์แล้ว รถไฟก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง ที่เชื่อมโยงเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน โดย“สถานีรถไฟนครลำปาง” ได้ชื่อว่าเป็นสถานีในบรรยากาศย้อนเวลากับอาคารอนุรักษ์ดีเด่นอันสวยงามเปี่ยมเสน่ห์ มีหัวรถจักรโบราณตั้งเด่นอยู่ที่เกาะกลางตรงทางเข้า ส่วน“สถานีรถไฟลำพูน”

แม้จะเป็นสถานีเล็กๆเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว แต่ก็ดูสวยงามคลาสสิก อีกทั้งยังมีการตกแต่งบริเวณโดยรอบอย่างสวยงามสะอาดสะอ้าน โดยเส้นทางรถไฟสายเหนือที่วิ่งจากกรุงเทพฯไปสิ้นสุดที่เชียงใหม่นั้น เมื่อมาถึงยังจังหวัดลำปาง-ลำพูน จะต้องผ่านจุดสำคัญคือ “อุโมงค์ขุนตาน” อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในเมืองไทย มีความยาว 1.352 เมตร สร้างขึ้นด้วยการเจาะภูเขาเป็นอุโมงค์บนพื้นที่รอยต่อของจังหวัดลำปางและลำพูน ผ่าน “สะพานขาวทาชมภู” เปรียบเสมือนสะพานคู่แฝดกับสะพานรัษฎาภิเศกลำปาง ตั้งอยู่กลางทุ่งทอดตัวข้ามลำน้ำแม่ทา กับสะพานข้าม ทางรถไฟสีขาวเด่น กับทรวดทรงโค้งงามสมส่วน ท่ามกลางฉากหลังเป็นเขาสูง เรียกว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่มีทัศนียภาพงดงามเป็นอย่างมาก สะพานขาวทาชมภู สะพานข้ามทางรถไฟคอนกรีตเสริมเหล็กอันสวยงามเป็นเอกลักษณ์

สะพานขาวทาชมภู มีความยาว 87.3 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2462 เป็นสะพานรถไฟที่แปลกแตกต่างไปจากสะพานรถไฟอื่นที่นิยมสร้างด้วยโครงเหล็ก แต่สะพานแห่งนี้สร้างด้วยโครงคอนกรีตเสริมเหล็ก (เนื่องจากช่วงก่อสร้างสะพานอยู่ในภาวะสงครามไม่สามารถหาเหล็กมาสร้างสะพานได้) นับเป็นสะพานที่สวยงามและท้าทายมาก ปัจจุบันสะพานขาวทาชมภูถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองลำพูน ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปกับสะพานเป็นจำนวนมาก ทั้งสะพานรัษฎาภิเศก จ.ลำปาง และ สะพานสะพานขาวทาชมภู จ.ลำพูน นอกจากจะเป็นสะพานแห่งกาลเวลาที่ทอดเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบันแล้ว ยังเป็นสะพานที่เชื่อมโยงมนต์เสน่ห์ของเส้นทางท่องเที่ยว “ลำปาง กับ ลำพูน” ได้อย่างลงตัว

โดยในปี 2561 ที่ผ่านมาจังหวัดลำปาง มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 1,332,887 คน แยกเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 1,218,398 คน ชาวต่างประเทศ 114,489 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยว รวม 4,249.44 ล้านบาท ส่วนจังหวัดลำพูน มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 1,175,000 คน แยกเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 1,123,223 คน ชาวต่างประเทศ 51,777 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยว รวม 1,599.91 ล้านบาท

​ททท.สำนักงานลำปาง ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสวิถีคนเมือง และพร้อมที่จะขับเคลื่อนลำปาง ลำพูน สู่เมืองจุดหมายทางการท่องเที่ยวในภาคเหนือ 2 Provinces one Destination โดยบูรณาการทำงานให้สู่เป้าหมายร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชมรม สมาคม ชุมชนและสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานลำปาง หมายเลขโทรศัพท์ 054-222214 ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ..

(*รุ่มรวย – รวยมาก, รวยรุ่ม หรือ ร่ำรวย)





error: Content is protected !!