คลิปข่าว » พ่วง 18 ล้อเฉี่ยวเก่งซิ่งหนีระทึกข้าม 3 อำเภอก่อนจนมุม (คลิป)

พ่วง 18 ล้อเฉี่ยวเก่งซิ่งหนีระทึกข้าม 3 อำเภอก่อนจนมุม (คลิป)

19 กันยายน 2019
332   0

ตำรวจตามสกัดรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ หลังเฉี่ยวชนรถเก๋งคู่กรณีเสียหาย แล้วพยายามขับรถหลบหนีข้าม 3 อำเภอ สุดท้ายไปไม่รอดเพราะตำรวจใช้แผนเปิดสัญญาณไฟแดงให้รถทุกคันหยุด ก่อนบุกเข้าไปควบคุมตัวลงจากรถเพื่อตรวจหาสารเสพติด พร้อมส่งพนักงานสอบสวนพร้อมเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย..

(18 กันยายน 2562) เมื่อเวลา 22.30 น.  ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า ถูกรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-1966 สุโขทัย เฉี่ยวชนรถยนต์เก๋งของตนเองได้รับความเสียหาย แทบฝั่งขวาเกือบทั้งแถบ โดยผู้เสียหายเป็นสุภาพสตรี 2 คน พยายามขับรถคันเกิดเหตุติดตามคู่กรณีมาอย่างกระชั้นชิด

โดยเหตุดังกล่าวเกิดที่บริเวณถนนพหลโยธิน ขาเข้าลำปาง เขตตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ ได้แจ้งประสานไปยัง สภ.สบปราบ ให้สกัดและหยุดรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าแล้วว แต่คนขับได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และพ้นจากเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.สบปราบ ไปแล้ว

เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานต่อไปยังตำรวจ สภ.เกาะคา ให้จัดเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดที่จุดตรวจหลังเทิน ตำบลนาแส่ง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ซึ่งปรากฏว่า คนขับรถพ่วงคันเดิมได้เหยียบคันเร่งพุ่งแหกด่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนขับหายเข้าไปในเส้นทางลัดเลาะในหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานไปยัง สถานีตรวจภูธรต่างๆในเส้นทางที่คาดว่ารถคันที่ก่อเหตุจะขับผ่าน ทั้งพื้นที่ สภ.เขลางค์นคร และ สภ.เมืองลำปาง โดยได้ตั้งด่านสกัดตามแยกสำคัญทุกจุด จนกระทั่งเวลาผ่านไประมาณ 20 นาที รถพ่วงคันที่ก่อเหตุได้ขับรถขึ้นถนนสายหลักอีกครั้งในเขตของ สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที่พยายามส่งสัญญาณให้จอดรถแต่คนขับรถพ่วงยังไม่ยอมจอด ได้ขับฝ่าด่านสะกัดไปได้เรื่อยๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เกาะคา ขับรถไล่ตามหลังมาติดๆ แต่ไม่สามารถที่จะหยุดรถคันที่ก่อเหตุได้เพราะรถบรรทุกพ่วงคันใหญ่และขับเร็วมาก

จนกระทั่งผ่านเข้ามาในเขตพื้ อ.เมืองลำปาง ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เขลางค์นคร บริเวณทางแยกบ้านฟ่อน หมู่ 2 ตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ ตำรวจได้ตัดสินใจใช้แผนปิดสัญญาณไฟจราจร (ไฟแดง) บังคับให้รถหยุดอยู่กับที่ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่มีรถบัสโดยสารวิ่งมาจอดขวางช่องทางถนนพอดี ทำให้รถพ่วงคันที่ก่อเหตุต้องชะลอรถ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือรถที่จอดขวางทุกคันจอดอยู่กับที่ก่อน

จากนั้นได้เข้าไปพูดคุยกับคนขับรถพ่วงคันก่อเหตุ ซึ่งพบว่าเป็นชาย อายุระหว่าง 55-60 ปี อยู่ในอาการเบลอเหมือนคนเมา พูดจาวกวนสับสน ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการขอตรวจสอบ โดยพยายามจะเร่งเครื่องหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ฉวยโอกาสปิดกุญแจรถเพื่อความปลอดภัย และพยายามพูดเกลี้ยกล่อมคนขับประมาณ 15 นาที คนขับจึงยอมลงจากรถแต่ยังไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอ้างว่าตนเองไม่ได้กระทำผิดอะไร จะมาตรวจค้นไม่ได้โดยจะขอคุยกับเจ้าของรถเก๋งคู่กรณีเท่านั้น

เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวไปข้างถนนและทำการตรวจสอบปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ระหว่างรอคู่กรณีขับรถตามไปถึง หลังจากคู่กรณีที่เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลตีส สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ฏค 4534 กรุงเทพมหานครได้มายังที่เกิดเหตุก่อนที่จะมีการพูดต่อว่าคนขับรถพ่วงที่ชนรถยนต์เก๋งของตนเองแล้วขับหนีไม่ยอมลงไปพูดคุยและไม่ยอมชดใช้ โดยหญิงคนที่ขับรถยนต์เก๋งบอกว่า ระหว่างที่ถูกชนรถเก๋งของตนถึงกับเซถลาหวิดจะตกลงข้างทาง โชคดีที่ยังมีสติประคองรถเข้าจอดข้างทางได้ โดยไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างได แต่สภาพรถด้านขวาได้รับความเสียหาย เป็นรอยยุบทั้งแถบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าทีได้ควบคุมตัวคนขับรถพ่วง เพื่อตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย และเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์อย่างละเอียดอีกครั้ง และส่งตัวให้ ตรวจ สภ.สบปราบ เพื่อเจรจาตกลงค่าเสียหายรถคู่กรณีต่อไป สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ รถพ่วงได้ก่อเหตุและขับหลบหนีไปถึง 3 อำเภอ ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร โชคดีระหว่างที่หลบหนีไม่เกิดเหตุซ้ำซ้อนขึ้นอีก..

*cr : ขวัญสุริยัน ศรีวิกุล / ภาพ,ข่าว





error: Content is protected !!