คลิปข่าว » จับวิญญาณผีตายโหงตามท้องถนนไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล (คลิป)

จับวิญญาณผีตายโหงตามท้องถนนไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล (คลิป)

6 สิงหาคม 2019
746   0

สมาคมสว่างนครลำปาง ธรรมสถาน จัดพิธีทิ้งกระจาด​ (พิธีเตียโกวฮุ้ง)​ หรือการเก็บดวงวิญญาณเร่ร่อนไร้ญาติ
บริเวณแยกต่างๆ บนท้องถนนเขตเทศบาลนครลำปาง เพื่อนำไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณทุกดวง ให้ไปสู้ชั้นสัมปรายภพ..

ประเพณีทิ้งกระจาด ของ สมาคมสว่างนครลำปาง ฯ​ จัดระหว่างวันที่  5-6 ส.ค. 262 ณ ที่ทำการสมาคมฯ ถ.สุเรนทร์ ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เริ่มด้วยพิธีอัญเชิญตะเกียงฟ้าดิน, และพิธีสวดมนต์เปิดมณฑลพิธี (ไอตั๋ว) จากนั้นภาคบ่ายและค่ำจะมีการประกอบพิธีลอยกระทง และพิธีมนต์เวียนธูป

พิธีที่น่าสนใจ เวลา 20.00 น. อันเชิญองค์ท่านโป้ยเซียนโจวซือประทับทรง (คุยจี) เชิญวิญญาณไร้ญาติ และเหล่าสัมพเวสีที่วนเวียนอยู่ตามแม่น้ำลำห้วย​ บนท้องถนนหนทาง ตามทางแยกต่างๆ ตลอดเส้นทางใกล้บ้านเรือนประชาชน ซึ่งจะเป็นวิญญาณผีตายโหงหรือยังไม่ถึงคราวตาย และเร่ร่อนไร้ที่พึ่งพิง เพื่อนำไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อที่จะได้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี..

โดยการเชิญวิญญาณครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ ถ.สุเรนทร์ เยื้องที่ทำการสมาคมฯ เลี้ยวขวาแยกโรงน้ำแข็งเบี่ยงซ้ายเข้าถนนวังขวา หน้าวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ขึ้นสะพานพัฒนาภาคเหนือ ผ่านแยกโรงเรียนไตรภพฯ แยกองค์การโทรศัพท์ เลี้ยวขวาแยกบุญโยง ผ่านแยกโรงฆ่าสัตว์ และไปสิ้นสุดภาระกิจที่หน้าสำนักปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก

*ประเพณีทิ้งกระจาด มีความสำคัญอยู่ที่ “ทิ้งกระจาด” ซึ่งในความหมายจีนเราเรียกว่า “ อิ๋มซี และ เอี่ยงซี “ อิ๋ม คือวิญญาณ เอี๋ยง คือ ชีวิต  ซี คือ การแจก

พิธีทิ้งกระจาด คือ การทำบุญอุทิศให้ดวงวิญญาณ ร่วมไปกับการแจกทานให้ผู้มีชีวิตที่ยากไร้ งานทิ้งกระจาดจึงต้องทำทั้ง 2 ส่วน ทำบุญกันในศาลเจ้าก่อน  แล้วจึงมาแจกของ สอดคล้องกับจริยวัตรขององค์หลวงปู่ไต้ฮงโจวซือ ผู้ช่วยทั้งผู้ที่เสียชีวิตที่ไร้ญาติขาดมิตร และช่วยสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เทศกาลทิ้งกระจาดจึงเป็นเทศกาลที่ครบถ้วนทั้ง  “ทำบุญและให้ทาน” ประเพณีทิ้งกระจาด เป็นความเชื่อของพุทธบริษัทจีนฝ่ายมหายาน ประเพณีที่ถือปฏิบัติมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยพุทธกาลสองพันกว่าปีล่วงมาแล้ว

งานทิ้งกระจาดจะมีขึ้นเมื่อใกล้ถึงวันเปิดประตูผี  คือ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7  ตามปฏิทินจีน  บรรดาโรงเจหรือสถานสาธารณกุศล จะมีการบอกบุญให้ชาวบ้านร้านถิ่นร่วมงานบุญประเพณีทิ้งกระจาด โดยการเอากระจาดไปวางเพื่อให้ผู้คนใส่สิ่งของนั้นก็กลายเป็นการประกาศบอกบุญกันตรง ๆ  จากสิ่งของวางอยู่ในตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่  ที่ผู้ไปแย่งได้จากงานทิ้งกระจาด ก็กลายเป็นสิ่งของที่อยู่ในกระจาดสานด้วยไม้ไผ่ หวายแทน หรือเป็นหมวกสานที่ชาวจีนเรียกว่า  “โก่ยโล้ย” หรือ “กุยเล้ย”  หมวกสานนี้ก็เหมือนตะกร้าเอาสิ่งของที่ได้รับแจกใส่ไว้ในหมวกสาน สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของได้โดยสะดวก

ต่อมาก็ถึงยุคพลาสติก ถุงพลาสติกที่สามารถทนแดดทนฝน สามารถหิ้วได้ ใส่ของได้มาก และเบาแรงแต่หมวกสานก็ยังคงแจกอยู่ เพราะถือว่าหมวกสานไม้ไผ่เหมือนบ้านหลังคามุง จากการทำบุญหมวกสาน 1 ใบ เหมือนการทำบุญสร้างบ้าน 1 หลังให้ความร่มเย็น ระยะเวลา  1 เดือน เริ่มจากวันเปิดประตูผี หรือเดือนปล่อยผี บรรดาผีเปรต ผีนรก วิญญาณเร่ร่อนไร้ญาติทั้งหลาย ได้รับอนุญาตให้ออกมาขอแบ่งส่วนบุญจากผู้คนในโลกมนุษย์ไปจนกระทั่งวันที่ 29 เดือน 7 เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม

ในระหว่างนี้พุทธบริษัทจีนจะจัดหาเครื่องเซ่นไหว้ ที่ประกอบด้วยอาหารคาวหวาน  เสื้อผ้ากระดาษ ฯลฯ  ไปไหว้ตามศาลเจ้าที่ตนนับถือ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้วและยังเผื่อแผ่ไปยังวิญญาณไร้ญาติในโอกาสเดียวกันด้วย นอกจากนี้ยังนำสิ่งของที่เซ่นไหว้นั้นแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ ขาดแคลน เป็นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง การกำหนดวันทิ้งกระจาดแจกจ่ายสิ่งของ ขึ้นอยู่กับแต่ละศาลเจ้า โรงเจ  องค์กร ทั้งนี้ต้องไม่เกินกำหนด 1 เดือน ซึ่งเป็นวันกำหนดปิดประตูผี  ที่วิญญาณทั้งหลายที่ออกมาคอยรับแบ่งส่วนบุญนั้นต้องกลับตามกำหนด

ในระหว่างหนึ่งเดือนนี้ จะมียมทูตจ้าวแห่งผีออกมาปรากฏกายเป็นตัว คอยกำกับความประพฤติของบรรดาวิญญาณ  ผีเร่ร่อนทั้งหลายที่ออกมาขอส่วนบุญในโลกมนุษย์  ยมทูตองค์นี้มีชื่อว่า ไต่สื่อเอี๊ย หน้าตาน่ากลัว ว่ากันว่าเป็นปางดุร้ายของเจ้าแม่กวนอิม ที่มาคอยดูแล และกำราบบรรดาผีนรก มูลนิธิจึงจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดในเดือน 7 ตามจันทรคติของจีน ซึ่งมูลนิธิฯ ถือเป็นนโยบายหนึ่งที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ไม่ต่ำกว่าอายุการก่อตั้งมูลนิธิฯ  กว่า 100 ปี

งานทิ้งกระจาดถือเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้  เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล  ด้วยการนำสิ่งของเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสาร  อาหารแห้ง มากราบไหว้เพื่ออุทิศส่วนกุศล หลังจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะรวบรวมสิ่งของและจัดซื้อเพิ่มเติมเพื่อนำแจกจ่ายแก่ประชาชน พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน..

*(ขอบคุณข้อมูลจาก “ปอเต๊กตึ๊ง)





error: Content is protected !!