คลิปข่าว » ตื่นตาท้าวเวสสุวรรณองค์ยักษ์และวิหารพระพุทธสุดวิจิตร.. (คลิป)

ตื่นตาท้าวเวสสุวรรณองค์ยักษ์และวิหารพระพุทธสุดวิจิตร.. (คลิป)

8 เมษายน 2019
1107   0

สำนักปฎิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก จัดงานบวงสรวงท้าวเวชสุวรรณ และสมโภชวิหารพระพุทธ โดยองค์พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์มีการปิดทองขนาดใหญ่ในองค์ด้วยซึ่ง หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้เมตตาอธิษฐานจิตไว้แล้ว ส่วนหล่อองค์ท้าวเวชสุวรรณ เป็นทองเหลืองขนาดสูง 14 เมตร หนักถึง 19 ตัน

ผู้สื่อข่าว “ฅนเมืองเหนือออนไลน์” รายานว่า เมื่อเช้าวันที่ 7 เม.ย. 2562 ที่บริเวณลานด้านหลังสำนักปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก อ.เมือง จ.ลำปาง ได้จัดพิธีบวงสรวงรูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ และ พิธีสมโภชวิหารพระพุทธ โดยมี นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง, นายเสริมศักดิ์ เขียวคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้นธงชัย พร้อมประชาชนชาว จ.ลำปาง เข้าร่วมพิธีกันอย่างหนาตา

โดยการนี้ นางสุภาภรณ์ ตรีวัฒนาวงศ์ รักษาการประธานมูลนิธิหลวงพ่อเกษม เขมโก ว่า การจัดสร้างรูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ และวิหารพระพุทธ ดังกล่าว เป็นการดำริของ นายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ ประธานอุปถัมภ์หลวงพ่อเกษม เขมโก ให้มีการดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุเป็นวิหารพระพุทธ ซึ่งด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อโลหะสัมฤทธิ์ปิดทองขนาดใหญ่ ที่หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้มีเมตตาอธิษฐานจิตไว้ และหล่อองค์ท้าวเวสสุวรรณ เป็นทองเหลืองขนาดสูง 14 เมตร หนัก 19 ตัน เพื่อเป็นที่สักการะบูชาประจำสถานปฎิบัติธรรมฯ

โดยพิธีดังกล่าวได้มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดลำปางเมตตาเข้าร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 9 รูป ประกอบไปด้วย
1.พระราชจินดานายก ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดพระจดีย์ซาวหลัง
2.พระจินดารัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารม
3.พระวิสุทธิธรรมพิลาส รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดต้นธงชัย
4.พระครูอนุศาสก์วรธรรม เจ้าคณะอำเภอเมืองลำปาง วัดบุญวาทย์วิหาร
5.พระครูวรการโกวิท รองเจ้าคณะอำเภอเมืองลำปาง วัดนาก่วมเหนือ
6.พระครูสิริธรรมวิภัช เจ้าคณะตำบลสวนดอก วัดสวนดอก
7.พระครูไพโรจน์พัฒนาโสภิต เจ้าคณะตำบลเวียงเหนือ 1 วัดพระเจดีย์ซาว
8.พระครูสิริรัตนโสภิต ดร. เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดพระแก้วดอนเต้า
9.พระครูโสภณขันตยานุยุต ผู้เจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดนาก่วมเหนือ

หลังเสร็จพิธี ยังได้ร่วมรับแจกทานในงานพิธีทิ้งกระจาด จำนวน 1,008 ชุด โดยนางสุภาภรณ์ ตรีวัฒนาวงศ์ รักษาการประธานอุปถัมภ์มูลนิธิหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ และคณะฯ เป็นผู้ดำเนินการ

 

ท้าวเวสสุวรรณ เป็นใคร.. ในตำนานบันทึกไว้ว่า…ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวเวสสุวัน) หรือในภาษาพราหมณ์เรียกว่า “ท้าวกุเวร” ถ้าในพระพุทธศาสนาจะเรียก “ท้าวไพสพ” เป็นอธิบดีแห่งอสูร หรือเจ้าแห่งภูตผีปีศาจทั้งหลาย โดย ท้าวเวสสุวรรณ เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ประทับทางทิศเหนือมีอสูร รากษส และภูตผีปีศาจเป็นบริวาร

ว่ากันว่าอาณาเขตที่ ท้าวเวสสุวรรณ ปกครองนั้นใหญ่มหาศาลมาก และ ท้าวเวสสุวรรณ ยังเป็นหัวหน้าของท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 อันประกอบไปด้วย “พระอินทร์” (ท้าวธตรฐ) ปกครองโลกด้านทิศตะวันออก , “พระยม” (ท้าววิรุฬหก) ปกครองโลกด้านทิศใต้ และ “พระวรุณ” (ท้าววิรูปักษ์) ปกครองโลกด้านทิศตะวันตก

และเพราะ ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเจ้าแห่งอสูร คนโบราณจึงมักทำรูป ท้าวเวสสุวรรณ แขวนไว้เหนือเปลเด็กอ่อน เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจไม่ให้มารบกวนเด็กเล็กได้ และนิยมทำผ้ายันต์รูป ท้าวเวสสุวรรณ รวมทั้งจำหลักรูป ท้าวเวสสุวรรณ ไว้ที่มีดหมอของสัปเหร่อ เพื่อกำราบวิญญาณ  และยังมีผู้พกพารูป ท้าวเวสสุวรรณ หรือทำเป็นเครื่องรางของขลัง ป้องกันภัยจากวิญญาณอีกด้วย

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แล้วเรามักเห็นภาพ ท้าวเวสสุวรรณ ในรูปลักษณ์ของยักษ์ ยืนถือกระบองยาว หรือไม้เท้าขนาดใหญ่อยู่ระหว่างขา เหมือนมีขาสามขา เนื่องจากท้าวกุเวรมีรูปร่างพิการ จึงเป็นเหตุให้พระพรหมตั้งชื่อให้ว่า “ท้าวกุเวร” แต่ในวรรณคดีหลายฉบับ

รวมทั้งตำราโบราณ ได้กล่าวตรงกันว่า อันที่จริงแล้ว ท้าวเวสสุวรรณ เป็นยักษ์ที่มีผิวกายและพัสตราภรณ์สีเหลืองทอง จิตใจดีงาม และอุทิศตนถวายพิทักษ์รักษาพุทธสถาน และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น หากใครที่เดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ที่จังหวัดพิษณุโลก ก็อาจจะได้พบรูปหล่อปิดทองด้านซ้ายของฐานองค์พระพุทธชินราช ทำเป็นรูป ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อปกปักคุ้มครองพระพุทธศาสนา ไม่ให้หมู่มารมารังควาน รวมทั้งปกป้องคุ้มครองแก่ผู้นั่งสมาธิปฏิบัติพระกรรมฐาน

ดังนั้น เราอาจจะเคยเห็นว่า วัดวาอารามต่าง ๆ หรือด้านหน้าถ้ำ จะมีรูปปั้้นยักษ์ 1 หรือ 2 ตน ยืนถือกระบองค้ำพื้นเฝ้าหน้าประตูโบสถ์ หรือวิหารที่เก็บของมีค่า โบราณวัตถุของทางวัดอยู่ ซึ่งหากยักษ์ที่ยืนปกปักรักษาอยู่มีตนเดียว นั่นก็คือ ท้าวเวสสุวรรณ นั่นเอง แต่ถ้าหากมี 2 ตน ก็คือบริวารของ ท้าวเวสสุวรรณ ที่จะมาคอยปกปักรักษาบริเวณวัด

และนอกจาก ท้าวเวสสุวรรณ จะมีหน้าที่ปกปักรักษาพระพุทธศาสนาแล้ว ท้าวเวสสุวรรณ ยังมีหน้าที่จดความดีของคนทางทิศเหนือไปจารึก และประกาศให้เทพยดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้รับรู้อีกด้วย

ตามตำนานทางพระพุทธศาสนา เชื่อกันว่า ในอดีตชาติ ท้าวเวสสุวรรณ เคยเป็นพราหมณ์ เปิดโรงงานค้าขายหีบอ้อยจนร่ำรวย ด้วยความใจบุญจึงได้นำเงินทองไปบริจาคให้ผู้ยากไร้ และด้วยกุศลผลบุญที่ ท้าวเวสสุวรรณ บำเพ็ญมานับหลายพันปี พระพรหม และ พระอิศวร จึงให้พรแก่ ท้าวเวสสุวรรณ ให้เป็นอมตะ และเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั่วปฐพี เป็นเทพแห่งความร่ำรวย ดังนั้นผู้คนจึงนิยมจำหลักรูป ท้าวเวสสุวรรณ ไว้เคารพบูชาเพื่อความมั่งคั่งอีกหนึ่งประการ ตรงตามความหมายของชื่อ “ท้าวเวสสุวรรณ” คือ คำว่า “เวส” แปลว่า พ่อค้า  จึงหมายถึงพ่อค้าอันมีทรัพย์ ได้แก่ ทองคำ


นอกจากนี้อีกหนึ่งตำนานในพระพุทธศาสนา เชื่อกันว่า ในชาติหนึ่ง ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเดิมชื่อ กุเวรพราหมณ์ ได้ทำบุญกุศลมาก จนชาติต่อมา ได้เป็นกษัตริย์ครองกรุงราชคฤห์ พระนามว่า พระเจ้าพิมพิสาร และทรงเป็นพระสหายกับเจ้าชายสิทธัตถะ ต่อมาเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จมาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร จนบรรลุเป็นโสดาบัน และได้ถวายพระเวฬุวันมหาวิหาร ให้พระพุทธเจ้าได้เข้าประทับ จึงเป็นอานิสงส์ให้ได้วิมานอันสวยงาม และการที่พระเจ้าพิมพิสารถวายทานบ่อย ๆ จึงเป็นปัจจัยให้มีทิพยสมบัติมากมาย เมื่อได้เป็นเทวดาก็ทรงมีอำนาจมาก…

วิหารพระพุทธ… วิหาร คืออาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคล้ายเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า คู่กับอุโบสถ แต่ไม่มีวิสุงคามเหมือนพระอุโบสถ คำว่า วิหาร แต่เดิมใช้ในความหมายว่า วัด เช่นเดียวกับคำว่า อาราม อาวาส เช่น เวฬุวัน วิหาร เชตวันมหาวิหาร วิหารมีหลายแบบ เช่น

วิหารคด คือวิหารที่มีลักษณะคดอยู่ตรงมุมกำแพงแก้วของอุโบสถ อาจมีหลังเดียวก็ได้ โดยมากจะมี 4 มุม และประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ภายใน

วิหารทิศ คือวิหารที่สร้างออกทั้ง 4 ด้านของพระสถูปเจดีย์ อาจอยู่ตรงมุมหรือด้านข้าง

วิหารยอด คือวิหารที่มียอดเป็นรูปทรงต่างๆ เช่นวิหารยอดเจดีย์ อาจอยู่ตรงมุมหรือด้านข้าง

วิหารหลวง คือวิหารที่ด้านท้ายเชื่อมต่อกับพระสถูปเจดีย์หรือพระปรางค์

คำว่า “วิหาร” ยังกำหนดใช้เป็นคำลงท้ายสร้อยนามพระอารามหลวงต่างๆ เพื่อแสดงให้รู้ว่าวัดที่มีสร้อยนามอย่างนี้เป็นพระอารามหลวงสำคัญ

พระพุทธรูปองค์ประจำวิหารพระพุทธ ณ สุสานไตรลักษณ์แห่งนี้มีชื่อว่า “พระพุทธมงคลอุปสมบท 60 พรรษา” มีพุทธลักษณะคล้ายแบบเชียงแสน สิงห์ 1 ขัดสมาธิเพชร สร้างขึ้นในวาระมงคลโอกาสที่ หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้อุปสมบทครบ 60 พรรษา ในวันที่ 24 มิ.ย. 2536 โดยหลวงพ่อเกษม เขมโก เมตตาอธิษฐานจิตเป็นกรณีพิเศษ…





error: Content is protected !!