ข่าวเด่น » เชิญคนไทยใส่เสื้อเหลืองเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ

เชิญคนไทยใส่เสื้อเหลืองเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ

28 กุมภาพันธ์ 2019
2464   0

เชิญชวนชาวไทยทั้งประเทศ ร่วมสวมใส่เสื้อสีเหลืองตลอดระยะเวลา 4 เดือน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ และเฉลิมพระชนพรรษา ร.10 ตั้งแต่เดือนเมษายน-กรกฎาคม 2562 นี้..

(27 ก.พ.62)  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้า การประชุมคณะกรรมการฝ่ายพิธีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วานนี้ว่า มีหลายเรื่องได้รับพระราชวินิจฉัยลงมาแล้วสามารถดำเนินการต่อได้ พร้อมกับเชิญชวนคนไทยร่วมกันสวมเสื้อสีเหลือง ที่มีตราสัญลักษณ์ของรัชกาลใหม่ ตั้งแต่เดือนเม.ย. ถึง ก.ค. เป็นเวลา 4 เดือน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในพระราชพิธีอันเป็นมงคลยิ่ง เนื่องจากเดือนเม.ย.และพ.ค.นั้น จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และในเดือน ก.ค. เป็นเดือนเฉลิมพระชนมพรรษา จึงขอเชิญชวนประชาชนสวมเสื้อเหลืองต่อเนื่องทั้ง 4 เดือน

*บ่อน้ำเลี้ยงเจ้าแม่จามเทวี ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 108 แห่ง ที่จะนำไปร่วมพิธีบรมราชาภิเษกฯ

ขณะที่การเตรียมพร้อมด้านอื่นๆ อาทิ การตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งน้ำ 108 แห่ง จากทั่วประเทศ ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพมีความเรียบร้อยดี  ส่วนตราสัญลักษณ์ที่จะใช้ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ ทรงมีพระราชวินิจฉัยและทรงเลือกแบบ และแก้ไขจนสมบูรณ์แล้ว เมื่อได้รับหนังสือยืนยันเป็นทางการจะดำเนินการนำไปใช้เป็นตราติดบนคนโทบรรจุน้ำอภิเษก และใช้ทำเป็นซุ้มต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงเป็นธงประดับตลอดงานพระราชพิธี และจัดทำเป็นตราสัญลักษณ์บนเสื้อสีเหลือง

“จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสวมเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์ของรัชกาลใหม่ ตั้งแต่เดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายนและกรกฎาคม เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในพระราชพิธีอันเป็นมงคลยิ่ง” นายวิษณุ กล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงกำหนดการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกระหว่างวันที่ 2-6 พ.ค. โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินสถลมารค ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคมด้วย ซึ่งจะเป็นขบวนใหญ่ระยะทางในการเคลื่อนขบวนประมาณ 7 กิโลเมตรเศษ ต้นขบวนจากพระบรมมหาราชวัง เคลื่อนไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และกลับมายังพระบรมมาหาราชวัง รวมระยะเวลาเคลื่อนขบวนและระยะเวลาประทับในวัดต่างๆ ทั้งสิ้นประมาณ 4  ชั่วโมง 30 นาที  ซึ่งคณะกรรมการทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ด้วย ความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์สมพระเกียรติที่สุด..

*ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์





error: Content is protected !!